ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Law & Accounting Services Co., Ltd. logoThai Law & Accounting

Thailand Apostille Transition 2570 — คู่มือเตรียมตัว 18 เดือน ก่อนไทยเข้า Hague Convention

อัปเดต 2026-07-13·อ่าน 16 นาที·โดยทีม MFA Legalization iLC

1) Apostille คืออะไร ต่างจาก embassy legalization อย่างไร

Apostille คือใบรับรองเดียวที่ Competent Authority ของประเทศต้นทางออก — แทน chain 3–4 ขั้น (notary → state → embassy → MFA ปลายทาง) — เอกสารที่มี apostille ใช้ได้ทันทีใน 127 ประเทศสมาชิก Hague Convention 1961

ปัจจุบัน (ก่อน 1 ม.ค. 2570) เอกสารไทยไปประเทศสมาชิก Hague ต้องผ่าน: MoJ (คำแปล) → MFA → embassy ปลายทาง (3 ขั้น, 10–21 วัน) — หลัง 1 ม.ค. 2570 เหลือ: MoJ → MFA (ออก apostille) — เพียง 2 ขั้น, 4–7 วัน

ประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุด: US, UK, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ (ทั้งหมดเป็นสมาชิก Hague) — ประหยัดเวลา 60–70%, ประหยัดค่าธรรมเนียม embassy ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่

ประเทศที่ยังต้อง embassy: จีน (ไม่ได้เป็นสมาชิก Hague แต่มี HK/Macau ที่เป็น), ซาอุดิอาระเบีย, UAE, เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, พม่า — เอกสารกลุ่มนี้ยังใช้กระบวนการเดิม

2) Timeline การเปลี่ยนผ่าน 18 เดือน (ก.ค. 2569 → ม.ค. 2571)

ก.ค.–ก.ย. 2569 (ปัจจุบัน): MFA จัดตั้ง Apostille Section ใหม่ + จัดซื้อระบบ IT + จ้างเจ้าหน้าที่เพิ่ม 25 คน — ยังไม่มีผลต่อผู้ยื่นเอกสาร

ต.ค.–ธ.ค. 2569: pilot program กับ 5 ประเทศ (US, JP, DE, AU, SG) — เอกสารบางประเภทเริ่มใช้ apostille ได้แต่ต้อง opt-in — คาดผู้ทดลอง 200–300 เคส

1 ม.ค. 2570 (D-Day): เปิดใช้เต็มระบบ 127 ประเทศ — เอกสารทุกประเภทที่อยู่ใน scope ของ Convention (public documents) ใช้ apostille แทน — เอกสารที่ยื่น embassy legalization ก่อน 1 ม.ค. 2570 ยังใช้ได้ตามปกติ

ม.ค.–มิ.ย. 2570 (transition): embassies บางประเทศจะยังรับ legalization ตามปกติเพื่อ backward compatibility 6 เดือน — หลัง 30 มิ.ย. 2570 embassies ส่วนใหญ่จะปฏิเสธ

ก.ค.–ธ.ค. 2570: ระบบเข้าที่ + processing time ลงเหลือ 3–5 วัน

ม.ค. 2571 onwards: steady state — เตรียมพร้อมสำหรับ e-Apostille (blockchain-verified) ที่ Hague Convention กำลังจะประกาศ standard ใหม่ ม.ค. 2572

3) ผลกระทบ 5 ด้านที่ต้องเตรียมตัว

ด้านที่ 1 — Business setup: การจดตั้งบริษัทที่มี foreign shareholder จะเร็วขึ้น 2 สัปดาห์ (จาก 6 → 4 สัปดาห์) เพราะไม่ต้องรอ embassy legalization ของ articles of incorporation ต้นทาง

ด้านที่ 2 — Marriage registration: การจดทะเบียนสมรสไทย-ต่างชาติจะเร็วขึ้น 10–14 วัน — เอกสาร CENOMAR/single status certificate ไม่ต้องผ่าน embassy — โดยเฉพาะคู่รักไทย-ยุโรปที่ปกติต้องรอ 4–6 สัปดาห์

ด้านที่ 3 — Education & Professional: การรับรอง degree/transcript สำหรับสมัครงาน/เรียนต่อจะง่ายขึ้นมาก — apostille edu documents ยังต้องผ่าน MOE (กระทรวงศึกษาธิการ) ก่อน MFA แต่ไม่ต้อง embassy

ด้านที่ 4 — Court proceedings: คำพิพากษาต่างประเทศที่จะบังคับในไทย (recognition of foreign judgments) จะยื่นได้เร็วขึ้น — แต่ยังต้องผ่าน MoJ certified translation ตามเดิม

ด้านที่ 5 — Insurance & Legal: กรมธรรม์ประกันชีวิต, พินัยกรรม, POA ข้ามพรมแดน จะง่ายขึ้น — บริษัทประกันไทยเริ่มเตรียม product cross-border สำหรับ expat มาปีนี้

4) ตารางเทียบก่อน–หลัง 15 ประเทศคู่ค้าใหญ่

US: ก่อน 4 ขั้น 14–21 วัน 5,500 บาท / หลัง 2 ขั้น 5–7 วัน 1,200 บาท (ประหยัด 78%)

UK: ก่อน 4 ขั้น 12–18 วัน 4,800 บาท / หลัง 2 ขั้น 4–6 วัน 1,200 บาท

ญี่ปุ่น: ก่อน 3 ขั้น 10–14 วัน 3,600 บาท / หลัง 2 ขั้น 4–5 วัน 1,200 บาท

เยอรมนี: ก่อน 4 ขั้น 14–21 วัน 4,200 บาท / หลัง 2 ขั้น 5–7 วัน 1,200 บาท

ฝรั่งเศส: ก่อน 4 ขั้น 14–21 วัน 4,500 บาท / หลัง 2 ขั้น 5–7 วัน 1,200 บาท

ออสเตรเลีย: ก่อน 3 ขั้น 10–14 วัน 3,800 บาท / หลัง 2 ขั้น 4–5 วัน 1,200 บาท

แคนาดา: ก่อน 4 ขั้น 14–21 วัน 4,600 บาท / หลัง 2 ขั้น 5–7 วัน 1,200 บาท

เกาหลีใต้: ก่อน 3 ขั้น 10–14 วัน 3,400 บาท / หลัง 2 ขั้น 4–5 วัน 1,200 บาท

สิงคโปร์: ก่อน 3 ขั้น 8–12 วัน 2,900 บาท / หลัง 2 ขั้น 3–5 วัน 1,200 บาท

อินเดีย: ก่อน 4 ขั้น 18–28 วัน 5,200 บาท / หลัง 2 ขั้น 5–7 วัน 1,200 บาท

อิตาลี, สเปน, โปรตุเกส, เนเธอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ — ทั้งหมดคล้าย EU pattern (ประหยัด 60–75%)

ยังคงต้อง embassy: จีน (แต่ HK/Macau ได้), UAE (จน 2571), เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, พม่า, ซาอุ (ยังไม่เข้า Hague)

5) เช็คลิสต์ 8 ข้อ ที่ต้องเตรียมล่วงหน้า 6–18 เดือน

(1) Audit เอกสารระหว่างประเทศทั้งหมดของบริษัท — list เอกสารที่ต่ออายุ/refresh หลัง ม.ค. 2570 — จะประหยัดค่าใช้จ่าย ~ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่

(2) ปรับ contract template ที่มีข้อความ 'legalized by Thai Embassy' → เปลี่ยนเป็น 'apostille' หรือ 'apostille or embassy legalization as applicable'

(3) แจ้ง legal counsel ต่างประเทศเรื่อง timeline transition — บาง jurisdiction ยังไม่รู้จัก apostille จากไทย

(4) สำรวจ e-Apostille pilot ของ MFA (คาดเริ่ม Q4 2570) — เตรียมระบบ IT ให้รองรับ QR verification

(5) อบรม admin team เรื่อง apostille process — เอกสารบางประเภทยังต้องผ่าน MOE/MOFA-cert ก่อน MFA

(6) เตรียม budget สำหรับ transition period Q1 2570 — คาด MFA overload +40% ในเดือนแรก จนกว่าระบบ stable

(7) เก็บเอกสาร legalized ปัจจุบันไว้อย่างน้อย 5 ปี — เพราะยังใช้ได้และไม่ต้องทำใหม่

(8) เตรียม translation ล่วงหน้าสำหรับเอกสารระยะยาว (POA, articles of association) — ทำ MoJ แปลไว้ก่อน จะได้เอาไปทำ apostille หลัง 1 ม.ค. 2570 ทันที ไม่ต้องรอคิว MoJ

ขั้นตอนการใช้บริการ

  1. 1

    Audit เอกสารระหว่างประเทศทั้งหมด

    list เอกสารที่ใช้ต่างประเทศทั้งหมด + วันหมดอายุ — separate เอกสาร Hague-country กับ non-Hague-country

  2. 2

    ทำ MoJ translation ล่วงหน้าสำหรับเอกสารระยะยาว

    POA, articles of association, resolutions — ทำ MoJ ไว้ก่อน จะได้เอาไป apostille ทันที ม.ค. 2570

  3. 3

    ปรับ contract templates

    เปลี่ยน 'legalized by Thai Embassy' เป็น 'apostille or embassy legalization as applicable'

  4. 4

    อบรม admin team + external counsel

    explain transition timeline + edge cases — ป้องกันการทำเอกสารซ้ำโดยไม่จำเป็น

  5. 5

    Monitor MFA announcements ทุก 90 วัน

    subscribe newsletter ของ MFA + iLC monthly bulletin — จะได้รับ update เรื่อง fee schedule + pilot program แรก

คำถามที่พบบ่อย

เอกสารที่ทำ embassy legalization ก่อน 1 ม.ค. 2570 ต้องทำใหม่ไหม?

ไม่ต้อง — เอกสารที่ legalized ก่อน 1 ม.ค. 2570 ยังใช้ได้ตามอายุปกติของเอกสารนั้นๆ ไม่มีการบังคับ upgrade เป็น apostille

จีนไม่ได้อยู่ใน Hague แล้วเอกสารส่งจีนทำอย่างไร?

ต้องผ่านกระบวนการเดิม (MoJ → MFA → Chinese Embassy) — จีนมีแผนเข้าร่วมในอนาคตแต่ยังไม่มี timeline ชัดเจน — HK/Macau ใช้ apostille ได้เพราะภายใต้กฎ HK Basic Law

Apostille ของไทยจะดูอย่างไร?

จะเป็น sticker ขนาด A4 half-page มี hologram + QR code สำหรับ verify ที่ apostille.mfa.go.th — format ตาม standard Hague Convention Article 4 pattern

ค่าธรรมเนียม apostille เท่าไหร่?

MFA ยังไม่ประกาศทางการ (คาด ก.ย. 2569) — คาดใกล้เคียง ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่ (regular) ตามอัตราของประเทศสมาชิกอื่น

e-Apostille (digital) ใช้ได้เมื่อไหร่?

MFA ตั้งเป้า Q4 2570 สำหรับ 5 ประเทศแรก (US, JP, DE, AU, SG) และขยายทีละกลุ่ม — เต็มระบบ ~2572–2573

อ่านบทความอื่นในซีรีส์ Legalization Insights

เจาะลึกงานรับรองนิติกรณ์กรมการกงสุลเพิ่มเติม

คู่มือเหล่านี้อธิบายขั้นตอนที่อาจเกี่ยวข้อง โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น:

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้เส้นทางไหน ส่งไฟล์สแกนมาให้ทีมตรวจก่อนได้ — LINE @THAIL · โทร 092-0170000 · อีเมล Contact@thailaw-accounting.co.th

เอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไป

  • ต้นฉบับเอกสารราชการที่คัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก
  • คำแปลภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์ทุกหน้า พร้อมข้อความรับรองความถูกต้องของผู้แปล
  • สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้มอบและผู้รับมอบ กรณีให้ผู้อื่นยื่นแทน

สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ

  • ประเทศที่ไม่ใช่ภาคี Apostille ยังต้องรับรองที่สถานทูตปลายทางเพิ่มอีกชั้น
  • คำแปลที่แปลชื่อหน่วยงานไม่ตรงกับชื่อทางการภาษาอังกฤษ ทำให้ต้องยื่นใหม่
  • สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับในชุดเดียวกัน

ไม่อยากยุ่งยากกับขั้นตอนเหล่านี้เอง ส่งไฟล์สแกนมาให้เราดำเนินการแทนได้ทั้งชุด ตั้งแต่แปลจนถึงการรับรองขั้นสุดท้าย

ขั้นตอนการทำงาน — รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุล

  1. คัดต้นฉบับฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออกเอกสาร และตรวจว่าครบทุกหน้า ทุกตราประทับ
  2. จัดทำคำแปลฉบับสมบูรณ์ทุกบรรทัด พร้อมข้อความรับรองความถูกต้องของผู้แปล
  3. ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยยื่นต้นฉบับคู่กับคำแปล
  4. ต่อขั้นรับรองตามที่ประเทศปลายทางกำหนด เช่น Apostille หรือรับรองที่สถานทูตปลายทางในไทย
  5. ตรวจรับเอกสาร สแกนเก็บสำรองครบชุด แล้วยื่นตามรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางกำหนด

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาพิจารณากำหนดโดยหน่วยงานแต่ละแห่ง ผันแปรตามชนิดเอกสารและประเทศปลายทาง ควรยืนยันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง

เดินเรื่องเอง vs ให้ iLC ดูแลให้

หัวข้อเดินเรื่องเองให้ iLC ดูแล
การตรวจว่าต้องผ่านขั้นตอนใดบ้างต้องอ่านระเบียบของหน่วยงานปลายทางเอง และมักทราบว่าขาดขั้นตอนเมื่อถูกตีกลับแล้วทีมที่ปรึกษาตรวจเอกสารให้ก่อนเริ่มงาน แล้ววางลำดับ แปล–รับรอง–กงสุล–สถานทูต ให้ครบในครั้งเดียว
เวลาที่ต้องใช้เดินเรื่องต้องเดินทางไปหน่วยงานหลายรอบ จองคิว และรอรับเอกสารด้วยตนเองทีมงานเดินเรื่องแทนได้ทั้งหมด ลูกค้าส่งไฟล์สแกนและรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์หรือขนส่ง
ความเสี่ยงที่คำแปลจะไม่ผ่านชื่อหน่วยงาน ตำแหน่ง และรูปแบบใบรับรองคำแปลมักไม่ตรงกับที่ปลายทางยอมรับใช้ชุดคำศัพท์และรูปแบบใบรับรองที่หน่วยงานปลายทางเคยรับจริง พร้อมตรวจทานสองชั้น
เมื่อเอกสารถูกตีกลับต้องเริ่มหาสาเหตุและยื่นใหม่เอง เสียรอบและเสียเวลาเพิ่มทีมงานวิเคราะห์สาเหตุ แก้ไข และยื่นใหม่ให้ต่อเนื่อง โดยแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ

กรณีการใช้งานที่ลูกค้าใช้บ่อย

  • ยื่นวีซ่าและถิ่นที่อยู่
  • จดทะเบียนสมรส/ครอบครัวในต่างประเทศ
  • สมัครงานและศึกษาต่อ
  • ธุรกรรมนิติบุคคลข้ามประเทศ

ปรึกษาได้ก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ลูกค้าจำนวนมากติดต่อเข้ามาพร้อมเอกสารชุดหนึ่ง แต่สิ่งที่ปลายทางต้องการจริงเป็นอีกชุด เราจึงเริ่มจากการฟังว่าคุณจะยื่นที่ไหน เพื่ออะไร และภายในเมื่อไร แล้วจึงบอกตรง ๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงกรณีที่บางขั้นตอนคุณทำเองได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทีมงานที่ดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปีพร้อมให้คำแนะนำก่อนคุณเริ่มเสียเวลา

  • อธิบายข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นภาษาที่เข้าใจได้
  • บอกชัดว่าขั้นตอนไหนจำเป็น และขั้นตอนไหนไม่จำเป็นสำหรับกรณีของคุณ
  • ช่วยจัดลำดับเอกสารเมื่อมีหลายฉบับและหลายหน่วยงานพร้อมกัน

ปรึกษาทีมงานได้ที่ LINE @THAIL · 092-0170000 · Contact@thailaw-accounting.co.th

สอบถามทีมงาน