ILC

BOI A1–A4 Decision Matrix — เลือกหมวดการลงทุนให้ได้สิทธิสูงสุดโดยไม่ผิด Section 20

อัปเดต 2026-07-12·อ่าน 14 นาที·โดยทีมกฎหมาย ILC

1) โครงสร้างหมวด A1–A4 และ B — สิทธิที่แตกต่างกันจริง

หมวด A1 (Knowledge-based, high-tech) ได้ยกเว้น CIT 8–13 ปี, ยกเว้นอากรเครื่องจักร 100%, ยกเว้นอากรวัตถุดิบสำหรับการส่งออก, อนุญาตถือครองที่ดินสำหรับสำนักงานและที่พักผู้บริหาร, และได้ Smart Visa slot ไม่จำกัดจำนวน — สงวนไว้สำหรับ R&D, biotech, AI, quantum, EV platform, semiconductor design เท่านั้น ปัจจุบัน (2568) มีเพียง ~6% ของโครงการที่ได้รับอนุมัติในหมวดนี้

หมวด A2 (Advanced technology) ยกเว้น CIT 5–8 ปี + สิทธิเครื่องจักร/วัตถุดิบเต็ม + ที่ดิน — ครอบคลุมกิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูง, medical devices, aerospace parts, precision automation, industrial robot integration

หมวด A3 (Basic manufacturing with high value) ยกเว้น CIT 3–5 ปี + สิทธิเครื่องจักร + ที่ดิน — สำหรับการผลิตที่มี local content หรือใช้เทคโนโลยีระดับกลาง เช่น อาหารแปรรูปเกรดพรีเมียม, textiles หน้าที่พิเศษ, packaging biodegradable

หมวด A4 (Basic manufacturing) ยกเว้น CIT 3 ปี + สิทธิเครื่องจักรบางส่วน — ไม่ได้ที่ดินอัตโนมัติ ต้องขอเป็นกรณี — เหมาะกับ SME contract manufacturing, assembly line simple products

หมวด B (Support activities) ไม่ได้ CIT แต่ได้สิทธิ non-tax เช่น 100% foreign ownership, Section 24/25 work permit, land ownership — เหมาะกับ IPO/ITC/IBC (headquarter services), regional treasury, trade & logistics hub ที่ไม่ต้องการยกเว้นภาษี แต่ต้องการสิทธิถือหุ้นและวีซ่า

2) Decision Matrix 6 มิติของ ILC — วิธีอ่านและใช้

มิติที่ 1 (Revenue model): กิจการที่ export ≥ 70% ควรเน้น A2/A3 เพราะได้สิทธิยกเว้นวัตถุดิบเต็ม; กิจการที่ขายในประเทศเป็นหลักควรพิจารณา A4 หรือ B เพราะ CIT exemption มีประโยชน์จำกัดถ้ามี VAT liability สูง

มิติที่ 2 (Technology depth): ใช้ TRL (Technology Readiness Level) เป็นเกณฑ์ — TRL 8–9 (commercial ready) ปกติเข้า A3–A4; TRL 5–7 (prototype validated) เข้า A2; TRL < 5 (research phase) พิจารณา A1 หรือ collaborative R&D scheme

มิติที่ 3 (Capital intensity): CAPEX > 1,000 ล้านบาทควรทำ dual application (BOI + IEAT) เพื่อได้ทั้ง CIT exemption และสิทธิ Free Zone; CAPEX 200–1,000 ล้านเหมาะ single BOI; CAPEX < 200 ล้านต้องประเมินว่า service fee ของการยื่นและรายงานประจำปีคุ้มกับสิทธิที่ได้หรือไม่

มิติที่ 4 (Foreign ownership target): หากต้องการถือหุ้น > 49% ในกิจการ List 3 ของ FBA ต้องพึ่ง BOI (any category) หรือ Treaty of Amity (US only) — ไม่มีทางเลี่ยงอื่นที่ถูกกฎหมาย 100% เพราะโครงสร้าง nominee shareholder ผิด Section 36 แน่นอน

มิติที่ 5 (Land acquisition need): หมวด A1–A3 ได้สิทธิถือครองที่ดินสำหรับ business use อัตโนมัติ; A4 และ B ต้องขออนุมัติเฉพาะแปลง — ถ้าธุรกิจต้องซื้อที่ดินก่อน operating เกิดปัญหา timing ต้องวางแผน conditional purchase agreement

มิติที่ 6 (Exit strategy): CIT exemption มี clawback ถ้าปิดกิจการก่อน 5 ปีนับจากใช้สิทธิ — กิจการที่วางแผน trade sale ภายใน 3–4 ปีควรเลือกหมวด B ที่เน้น non-tax เพื่อไม่ให้ CIT exemption เป็น liability ในการ due diligence

3) กับดัก Section 20 — เงื่อนไข lock-in ที่คนมองข้าม

Section 20 ของ พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน 2520 กำหนดว่า BOI สามารถยกเลิกสิทธิและเรียกคืน CIT ที่ยกเว้นไปแล้วได้ ถ้าผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม — เงื่อนไขที่ผูกไว้มัก include: จำนวนพนักงานไทยขั้นต่ำ, สัดส่วน export, การใช้เครื่องจักรใหม่, การรายงาน F PM PA 01 ประจำปี

กับดักที่พบบ่อยกับลูกค้า ILC: ยื่นขอ scope 'production of X and Y' แต่ตอน operating จริงเปลี่ยนไปทำ X และ Z — BOI มองว่าเปลี่ยน scope โดยไม่ขออนุมัติ = ผิดเงื่อนไข ต้องขอ amendment (F PA PP 04) ล่วงหน้า ปกติ 60–90 วัน

เงื่อนไขเครื่องจักรใหม่: BOI บังคับว่าเครื่องจักรที่นำเข้าโดยยกเว้นอากรต้องอายุ ≤ 5 ปีนับจากปีผลิต และห้ามขาย/โอนใน 5 ปีแรกโดยไม่ขออนุญาต — case study: ลูกค้าผลิตอิเล็กทรอนิกส์ต้องคืนอากร 12 ล้านบาทเพราะขายเครื่องเก่าให้บริษัทลูกก่อนครบ 5 ปี

การรายงาน F PM PA 01 ที่ต้องยื่นทุกปีภายใน 31 กรกฎาคม — ล่าช้าไม่มีค่าปรับ แต่การขาดยื่น 2 ปีติดกันเป็นเหตุพิจารณาถอนบัตรได้ ILC แนะนำให้ตั้ง reminder ล่วงหน้า 60 วัน และตรวจสอบ actual vs. projected export ratio ทุก quarter

4) เคสจริง — เลือกผิดหมวดแล้วต้องยื่นใหม่

เคส A (2567): บริษัทญี่ปุ่นผลิต automotive sensor CAPEX 350 ล้าน — ที่ปรึกษาเดิมแนะนำ A4 เพราะยื่นง่าย ได้อนุมัติภายใน 45 วัน ต่อมาลูกค้าพบว่าไม่มีสิทธิถือครองที่ดินอัตโนมัติ ต้องเช่าที่ดินจาก IEAT ราคาแพงกว่าคาด 15% เมื่อ ILC เข้าไปช่วย เราวิเคราะห์ว่า technology level เข้าเกณฑ์ A2 ได้ (advanced automotive electronics) จึงยื่น F PA PP 04 เพื่อ upgrade — สำเร็จภายใน 8 เดือน ได้ CIT ขยายจาก 3 เป็น 8 ปี + สิทธิที่ดิน

เคส B (2568): startup fintech บริการโอนเงินระหว่างประเทศ CAPEX 40 ล้าน — เจ้าของยื่นขอ A1 (knowledge-based) แต่ BOI ปฏิเสธเพราะ FX transfer platform ไม่เข้า definition 'knowledge-based industry' ตามประกาศ กกท. 9/2565 — ILC แนะนำให้ปรับ scope เป็น 'RegTech software development' และย้ายไปหมวด A3 พร้อมทำ Smart Visa แยกสำหรับ CTO ต่างชาติ — ยื่นครั้งที่ 2 อนุมัติภายใน 60 วัน

บทเรียน: ก่อนยื่นควรทำ pre-consultation กับ BOI Investment Advisor ฟรีเพื่อวัด temperature ของ officer — ILC จัด pre-meeting ให้ลูกค้าทุกเคสก่อนกด submit เพื่อลดโอกาส rejection

5) เอกสารและ timeline ที่ ILC ดูแล — 5 ขั้นตอน

ขั้น 1 (Feasibility & Category Selection, 5–10 วัน): ILC ทำ decision matrix + market study + financial projection 5 ปี ประกอบเอกสารสำหรับ pre-consultation กับ BOI

ขั้น 2 (F PA PP 01 filing, 3–5 วัน): จัดทำแบบคำขอ + business plan (TH+EN) + shareholder declaration + technology transfer plan ถ้ามี

ขั้น 3 (Sub-committee hearing, 45–60 วันหลังยื่น): ILC ส่งผู้แทนเข้าชี้แจงต่ออนุกรรมการเฉพาะสาขา + ตอบข้อซักถามที่มัก focus ที่ realistic export ratio และ local content

ขั้น 4 (Board approval, 30–45 วันหลังผ่านอนุกรรมการ): BOI Board พิจารณาและออก 'letter of approval' — ยังไม่ใช่บัตร ต้องยอมรับเงื่อนไขภายใน 45 วัน

ขั้น 5 (Promotion Certificate + OSS, 30 วัน): หลังยอมรับเงื่อนไข ILC ยื่น F PA PP 02 เพื่อรับบัตร + ประสาน OSS เพื่อขอ Smart Visa/Section 24 work permit ในวันเดียว

ขั้นตอนการใช้บริการ

  1. 1

    รวบรวมข้อมูลธุรกิจ

    จัดเตรียม business plan, financial projection 5 ปี, shareholder structure, technology roadmap

  2. 2

    ทำ Decision Matrix

    ประเมิน 6 มิติ (revenue, tech, capital, ownership, land, exit) เพื่อเลือกหมวด A1–B

  3. 3

    Pre-consultation กับ BOI

    นัด BOI Investment Advisor เพื่อ validate หมวดและ scope ก่อนยื่นจริง

  4. 4

    ยื่น F PA PP 01

    ส่งเอกสารพร้อมประกอบผ่านระบบ e-Investment + จ่ายค่าคำขอ 1,000 บาท

  5. 5

    เข้า sub-committee hearing

    เตรียม slide presentation + ตอบข้อซักถามด้าน realistic export/local content

  6. 6

    รับ Approval + Promotion Certificate

    ยอมรับเงื่อนไขภายใน 45 วัน ยื่น F PA PP 02 เพื่อรับบัตร + OSS visa/work permit

คำถามที่พบบ่อย

หมวด A1 กับ A2 ต่างกันอย่างไร?

A1 เน้น knowledge-based/deep tech (biotech, AI) ได้ CIT 8–13 ปี; A2 เน้น advanced manufacturing (medical devices, aerospace) ได้ CIT 5–8 ปี — ทั้งสองได้ machinery/land เต็ม

ธุรกิจ software ควรเลือกหมวดไหน?

ขึ้นกับ maturity: SaaS ทั่วไปเข้า A3–A4 (software development); AI/Quantum/blockchain core R&D เข้า A1 ถ้ามี IP filing plan; HQ software service เข้าหมวด B (IBC)

ถ้าเลือกหมวดผิดขอเปลี่ยนภายหลังได้ไหม?

ทำได้ผ่าน F PA PP 04 (amendment) แต่ต้องผ่านอนุกรรมการใหม่ ใช้เวลา 6–12 เดือน และอาจเสียสิทธิ CIT ที่ยกเว้นไปแล้วบางส่วน

Treaty of Amity ต่างจาก BOI อย่างไร?

Amity Treaty (US เท่านั้น) ให้สิทธิถือหุ้นข้ามภาคอุตสาหกรรม แต่ไม่มี CIT exemption หรือ machinery/land benefit — เหมาะเป็น dual filing กับ BOI

CIT exemption 8 ปี = ไม่เสียภาษีเลยใช่ไหม?

ไม่ทั้งหมด — ยกเว้นเฉพาะกำไรจาก promoted activity เท่านั้น ถ้ามีรายได้อื่น (เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก, dividend) ยังต้องเสียตามปกติ ต้องทำบัญชีแยก

Section 20 clawback ครอบคลุมอะไร?

BOI เรียกคืน CIT ที่ยกเว้นไปย้อนหลังได้ทั้งหมด ถ้าผิดเงื่อนไขบัตร — ระยะเวลาไม่จำกัด นับจากปีที่ผิด บวกดอกเบี้ย

รายงาน F PM PA 01 ยื่นเมื่อไร?

ทุกปีภายใน 31 กรกฎาคม ครอบคลุมข้อมูล 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. ของปีก่อน — สามารถยื่นผ่านระบบ BOI e-Service ได้

ค่าธรรมเนียมยื่น BOI เท่าไร?

ค่าคำขอ 1,000 บาท + ค่าออกบัตร 5,000 บาท (ราชการ) — service fee ของ ILC เริ่ม 180,000 บาท ขึ้นกับความซับซ้อนของ business plan

อ่านบทความอื่นในซีรีส์ Business Insights