ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Law & Accounting Services Co., Ltd. logoThai Law & Accounting

เอกสารไทย / ใช้ที่สหรัฐอเมริกา

เอกสารไทยไปใช้สหรัฐฯ: หน่วยงานผู้รับคนละแห่ง ข้อกำหนดคนละแบบ

คำขอต่อ USCIS การยื่นวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯ ศาลหรือสำนักทะเบียนระดับรัฐ และมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ใช้เกณฑ์ไม่เหมือนกัน บางแห่งต้องการเพียงคำแปลภาษาอังกฤษที่มีคำรับรองของผู้แปล บางแห่งต้องการการรับรองต้นฉบับเพิ่มเติม ตรวจให้ชัดก่อนเริ่มงาน

ภาพประกอบการตรวจเอกสารไทยและคำแปลภาษาอังกฤษก่อนใช้ในสหรัฐฯ
ภาพประกอบสร้างขึ้น ไม่ใช่เอกสาร ลูกค้า บุคลากร หรือสำนักงานจริง

สามกรณีที่พบบ่อย และสิ่งที่ต้องถามผู้รับ

ยื่นคำร้องต่อ USCIS

ระเบียบ 8 CFR 103.2(b)(3) กำหนดให้เอกสารภาษาต่างประเทศแนบคำแปลภาษาอังกฤษฉบับเต็ม พร้อมคำรับรองของผู้แปลว่าแปลครบถ้วนถูกต้องและมีความสามารถในการแปล ระเบียบนี้พูดถึงคำแปล ไม่ได้บอกว่าต้องนิติกรณ์ต้นฉบับทุกกรณี ตรวจคำแนะนำของแบบฟอร์มที่ยื่นอีกครั้ง

ยื่นวีซ่าผ่านสถานทูตสหรัฐฯ

ตาราง Reciprocity ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุชนิดเอกสารทางทะเบียนของไทยที่ใช้ได้และหน่วยงานที่ออก ตรวจหน้าประเทศไทยในตารางนั้นและคำสั่งจากศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) สำหรับคำขอของคุณ

ศาล สำนักทะเบียนรัฐ หรือมหาวิทยาลัย

แต่ละรัฐและแต่ละสถาบันกำหนดเองได้ บางแห่งรับคำแปลพร้อมคำรับรองผู้แปล บางแห่งขอให้ Notary รับรองลายมือชื่อผู้แปล หรือให้หน่วยงานประเมินวุฒิการศึกษาตรวจ ขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร

ลำดับตรวจก่อนสั่งแปลหรือรับรอง

  1. 01ระบุหน่วยงานผู้รับ รัฐ และชื่อแบบฟอร์มหรือประเภทคำขอ
  2. 02ตรวจต้นฉบับไทยกับหนังสือเดินทาง: ตัวสะกดชื่อ วันเกิด และหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ
  3. 03ยืนยันว่าผู้รับต้องการคำแปลแบบใด และต้องมีคำรับรองผู้แปล การรับรองลายมือชื่อ หรือการรับรองต้นฉบับหรือไม่
  4. 04ถ้าผู้รับขอให้รับรองต้นฉบับ ให้สอบถามกรมการกงสุลเรื่องนิติกรณ์และขั้นตอนต่อจากนั้น ก่อนยื่นฉบับจริง

คำรับรองผู้แปลไม่เท่ากับการรับรองต้นฉบับ

คำรับรองของผู้แปลยืนยันความถูกต้องของคำแปล ส่วนการนิติกรณ์ยืนยันลายมือชื่อหรือตราของเจ้าหน้าที่ไทยบนต้นฉบับ ทั้งสองอย่างไม่รับประกันว่าผู้รับทุกแห่งในสหรัฐฯ จะยอมรับ ให้ยึดข้อกำหนดของผู้รับเป็นหลัก

สถานะ Apostille สำหรับเอกสารที่ออกในไทย

สหรัฐฯ เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ส่วนไทยภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญามีผลกับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามตาราง HCCH ณ 1 ตุลาคม 2569 จึงยังไม่ควรสั่ง Apostille จากไทย หากผู้รับขอการรับรอง ให้ตรวจขั้นตอนปัจจุบันกับผู้รับและกรมการกงสุล แล้วตรวจอีกครั้งหลังวันมีผล

ข้อมูลที่ช่วยให้เราตรวจได้ตรงจุด

  • ภาพเอกสารครบทุกหน้าและด้านหลัง ปกปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • ชื่อหน่วยงานผู้รับ รัฐ แบบฟอร์ม และข้อความหรือลิงก์ข้อกำหนดที่ได้รับ
  • ตัวสะกดชื่อในหนังสือเดินทางและหลักฐานเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
  • จำนวนชุดที่ต้องใช้และกำหนดยื่น

ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่ ระยะเวลาขึ้นกับชนิดเอกสารและข้อกำหนดผู้รับ

แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจ

ตรวจทานแหล่งอ้างอิง ณ 1 ตุลาคม 2569 · ข้อกำหนดเปลี่ยนได้ ยืนยันกับผู้รับก่อนยื่นทุกครั้ง · ภาพประกอบเป็นภาพสร้าง รอการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเปิดให้ค้นหา