ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ILCInternational Language Center

ส่งของบริจาคหรือเวชภัณฑ์ข้ามประเทศที่ออสเตรเลีย ต้องเตรียมคำแปลและการรับรองอย่างไร

ประเด็นที่ถามคือเรื่อง “ส่งของบริจาคหรือเวชภัณฑ์ข้ามประเทศที่ออสเตรเลีย ต้องเตรียมคำแปลและการรับรองอย่างไร” จึงชี้จุดที่มักทำให้เอกสารถูกตีกลับในกรณีลักษณะนี้ ก่อนสรุปหลักปฏิบัติทั่วไป หลังรับรองเสร็จ ควรสแกนเก็บทั้งชุดก่อนส่งออกจากมือ ข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐต้องระบุขอบเขตงานและระยะเวลาโครงการอย่างชัดเจน มติที่ประชุมคณะกรรมการต้องระบุองค์ประชุมให้ชัด จึงจะใช้เป็นหลักฐานอำนาจได้ รายชื่อกรรมการมูลนิธิต้องตรงกับที่จดทะเบียนไว้กับนายทะเบียนล่าสุด เอกสารมูลนิธิและองค์กรการกุศลมักต้องแสดงวัตถุประสงค์ รายชื่อกรรมการ และงบการเงินควบคู่กัน ถ้ามีกำหนดยื่นแน่นอน ให้นับถอยหลังจากวันยื่นแล้ววางคิวรับรองย้อนกลับ ถ้าเอกสารต้องส่งไปต่างประเทศ ให้รวมเวลาจัดส่งระหว่างประเทศเข้าไปในแผนด้วย ภาพถ่ายความละเอียดสูงของตราประทับและลายมือชื่อช่วยได้มากเวลาปลายทางขอตรวจซ้ำ ควรเก็บหมายเลขอ้างอิงของแต่ละขั้นรับรองไว้ เพราะใช้ติดตามสถานะได้เร็วกว่า ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในเคสกลุ่มนี้คือใช้คำแปลที่ไม่ตรงประเภทการรับรองที่ปลายทางกำหนด ตัวแปรสำคัญคือช่องทางยื่น (ยื่นเอง / ตัวแทน / ออนไลน์) ซึ่งกำหนดรูปแบบสำเนาที่ต้องเตรียม ก่อนเริ่มงานควร ตรวจสะกดชื่อ-นามสกุลให้ตรงกับหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนทุกฉบับ จากนั้น ยืนยันกับหน่วยงานปลายทางว่าต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือคำแปลรับรองแบบใด จากนั้น นับจำนวนชุดที่ต้องใช้ให้ครบก่อนเริ่มงาน เพราะการขอเพิ่มภายหลังต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ เงื่อนไขเฉพาะของเคสนี้คือ วัตถุประสงค์: Inkindship / ปลายทาง: Au ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้คำแปลและการรับรองระดับใด คำสำคัญที่ยึดเป็นกรอบคำตอบหน้านี้คือ ส่งของบริจาคหรือเวชภัณฑ์ข้ามประเทศที่ออสเตรเลีย · ต้องเตรียมคำแปลและการรับรองอย่างไร เอกสารไทยที่จะนำไปใช้ต่างประเทศต้องแปลให้ครบทุกหน้ารวมตราประทับและลายมือชื่อ แล้วยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางเมื่อประเทศนั้นกำหนด ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำเป็นเอกสารมหาชนในต่างประเทศ จึงไม่มีการออก Apostille สำหรับเอกสารไทย ในประเทศออสเตรเลีย องค์กรการกุศลจดทะเบียนกับ Australian Charities and Not-for-profits Commission และสถานะผู้รับบริจาคที่หักลดหย่อนได้ หรือ deductible gift recipient เป็นการรับรองโดย Australian Taxation Office ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการจดทะเบียนองค์กร เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษซึ่งยื่นต่อหน่วยงานราชการ ศาล ธนาคาร และสถาบันการศึกษาของออสเตรเลีย ต้องมีคำแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI โดยคำแปลต้องปรากฏชื่อผู้แปล หมายเลขการรับรอง คู่ภาษา และคำรับรองความถูกต้อง ILC รับผิดชอบเฉพาะงานเอกสาร ได้แก่ การแปล การแปลรับรอง การประสานทนายความผู้ทำคำรับรอง และการเดินเรื่องรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูต ไม่ใช่ที่ปรึกษาภาษี ไม่ใช่ผู้สอบบัญชี ไม่ใช่ตัวแทนระดมทุน ไม่ให้คำรับรองว่าองค์กรใดจะได้รับการประกาศเป็นองค์การสาธารณกุศล และไม่รับประกันผลการพิจารณาของกรมสรรพากร นายทะเบียนมูลนิธิและสมาคม สำนักงาน ปปง. ธนาคาร ผู้ให้ทุน หรือหน่วยงานต่างประเทศรายใด ค่าบริการและระยะเวลาขึ้นกับจำนวนหน้า จำนวนชุดที่ต้องรับรอง ภาษาปลายทาง และขั้นตอนที่หน่วยงานหรือผู้ให้ทุนปลายทางกำหนด จึงประเมินเป็นรายกรณีก่อนเริ่มงานทุกครั้ง สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ส่งภาพเอกสารทุกหน้าพร้อมหนังสือแจ้งข้อกำหนดจากผู้บริจาค องค์กรผู้ให้ทุน ธนาคาร หรือหน่วยงานปลายทางที่ขอเอกสาร ให้ทีมงานตรวจล่วงหน้าได้ทาง LINE @NAATI, โทร 080-5578887 หรืออีเมล ilc@thainotary.co.th

ปรึกษาฟรี — LINE @NAATI · โทร 080-5578887 · อีเมล ilc@thainotary.co.th

คำถามที่เกี่ยวข้อง

คำแนะนำก่อนยื่น และข้อควรระวัง — มูลนิธิ สมาคม และงานสาธารณกุศล

เตรียมตัวก่อนยื่น

  1. ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการ “ต้นฉบับ” “สำเนารับรอง” หรือ “คำแปลรับรอง” แบบใด และรับรองในระดับใด
  2. ตรวจชื่อ-นามสกุลสะกดภาษาอังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ รวมถึงเอกสารเก่าที่เคยใช้ชื่อสะกดต่างกัน
  3. ตรวจอายุเอกสาร บางหน่วยงานรับเฉพาะเอกสารที่ออกใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด
  4. สแกนเอกสารทุกหน้าให้ครบ (รวมหน้าว่าง/ตราประทับด้านหลัง) ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนเริ่มดำเนินการ

ข้อควรระวังที่ทำให้ถูกตีกลับ

  • ยื่นสำเนาที่ไม่ได้รับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานผู้ออก เป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
  • คำแปลที่ไม่ได้ระบุผู้แปลและข้อความรับรองความถูกต้อง มักไม่ผ่านการรับรองนิติกรณ์
  • ลำดับขั้นตอนสลับกัน เช่น แปลก่อนรับรองต้นฉบับ อาจต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งชุด

ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานปรับปรุงได้ตลอด กรุณาตรวจสอบกับแหล่งอ้างอิงทางการด้านล่าง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการจริง

พื้นที่ให้บริการ — มูลนิธิ สมาคม และงานสาธารณกุศล

รับเรื่องและจัดส่งเอกสารทั่วประเทศ ทั้งแบบนัดพบและส่งไปรษณีย์/ขนส่งด่วน เลือกจังหวัดเพื่อดูจุดนัดพบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ดูพื้นที่ทั้งหมดที่ รวมพื้นที่ให้บริการ 77 จังหวัด

แหล่งอ้างอิง — มูลนิธิ สมาคม และงานสาธารณกุศล

หน่วยงานราชการ

เอกสารและกรณีจริงจากเรา

บริการที่เกี่ยวข้องและคลังคำตอบอื่น

ดูภาพรวมคำถามทั้งหมดที่ คลังคำตอบรวม · เลือกบริการทั้งหมดที่ หน้ารวมบริการ · ค้นตามหัวข้อที่ แผนที่หัวข้อมูลนิธิ สมาคม และงานสาธารณกุศล

ข้อมูลอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • International Legal Consultancy (ILC)(LegalService)
  • กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ(GovernmentOrganization)
  • สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์(GovernmentOrganization)
  • กรมการปกครอง (จดทะเบียนมูลนิธิและสมาคม)(Organization)
  • กรมสรรพากร (องค์การหรือสถานสาธารณกุศล)(Organization)

สอบถามและขอคำแนะนำ

ค่าบริการขึ้นกับประเภทเอกสาร ภาษา และหน่วยงานปลายทาง จึงแจ้งเป็นรายกรณีหลังตรวจเอกสารจริง ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินได้ฟรี

โทร 080-5578887 · LINE @NAATI · อีเมล ilc@thainotary.co.th

ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีเฉพาะราย โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนยื่นทุกครั้ง

ข้อมูลสำคัญ & คำถามที่พบบ่อย — Charity 1331

บริการเอกสารครบวงจร สำหรับ “Charity 1331” โดย ILC: ทีมทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) นักแปลรับรอง และผู้เชี่ยวชาญงานกงสุล ดูแลครบตั้งแต่แปล → รับรอง → กรมการกงสุล/Apostille → สถานทูต ให้คำปรึกษาฟรี ติดต่อโทร 080-5578887 · LINE @NAATI · อีเมล ilc@thainotary.co.th

ประสบการณ์
20+
ปีให้บริการลูกค้าไทย/ต่างชาติ
พื้นที่ครอบคลุม
191
อำเภอ/เขตทั่วประเทศ
ภาษา
30+
แปล-รับรอง-ล่ามหลากภาษา
เอกสารต่อเดือน
10,000+
โดยทีมทนาย & นักแปลรับรอง
ตอบกลับ
<2 ชม.
เวลาทำการทุกช่องทาง
ระดับ
A+
มาตรฐาน ISO-aligned + สภาทนายฯ

คำถามที่พบบ่อย

เอกสารต้องเตรียมอะไรบ้าง?

1) พาสปอร์ต/บัตรประชาชนต้นฉบับ 2) เอกสารที่จะรับรอง (พิมพ์ + ลายเซ็นสด) 3) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) 4) ค่าธรรมเนียม 5) ล่ามภาษา (ถ้าคุยอังกฤษ/จีน/ญี่ปุ่นไม่ได้)

หลัง Notary ต้องทำ MFA หรือสถานทูตต่อไหม?

ขึ้นกับประเทศปลายทาง — ประเทศ Hague Apostille (US/UK/AU/DE/FR/JP/CN/KR/SG) ทำ Apostille ที่ MFA จบเลย; ประเทศนอก Hague (Taiwan/Vietnam) ต้องรับรองสถานทูตต่อ

รับ Notary ภาษาอังกฤษไหม?

รับ — ทนายพูดอังกฤษระดับ ILEC/IELTS 7.0+ พร้อมออก certificate สองภาษา (ไทย+อังกฤษ) ใช้ได้ที่สถานทูตทั่วโลก

รับ Notary นอกสถานที่ (On-site) ได้ไหม?

ได้ — บริการ Mobile Notary ในกรุงเทพ +3,000 บาท/ครั้ง; ต่างจังหวัดคิดค่าเดินทางตามระยะ; นอกสถานที่ต้องนัดล่วงหน้า 24 ชม.

Notary Public กับ Apostille ต่างกันอย่างไร?

Notary = การรับรองโดยทนาย (ขั้นแรก); Apostille = การรับรองรัฐบาลชั้นสูง (MFA ไทย) เพื่อใช้ในต่างประเทศ Hague — ทำ Notary ก่อนแล้วต่อ Apostille เสมอ

Notary กับ MFA Legalization ทางไหนดีกว่า?

ไม่ใช่ทางเลือก — เป็น chain ต่อเนื่อง: Notary → MFA (Apostille) → Embassy (ถ้าประเทศนอก Hague). Notary รับรองความถูกต้องเอกสาร, MFA รับรองลายเซ็นทนาย

แหล่งอ้างอิง

หน่วยงานราชการ

เอกสารและกรณีจริงจากเรา

บริการที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • ILC(LegalService)
  • กระทรวงการต่างประเทศ (MFA)(GovernmentOrganization)
  • สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์(GovernmentOrganization)
  • Notarial Services Attorney(Certification)