ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ILCInternational Language Center

บริการรับรองกงสุล (MFA)

แปล + รับรองกงสุลครบจบ — กระทรวงการต่างประเทศไทย

บริการแปลและนำเอกสารไปนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมส่งต่อไปรับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง (กรณีต้องการ) ครอบคลุมเอกสารบุคคล การศึกษา บริษัท และเอกสารศาล/ตำรวจ

นิติกรณ์เอกสาร (Legalization) คือการที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารไทย เพื่อให้หน่วยงานในต่างประเทศยอมรับเอกสารนั้นได้ ILC ดูแลตั้งแต่ขอคัดเอกสารต้นทาง จัดทำคำแปล ยื่นนิติกรณ์ ไปจนถึงยื่นสถานทูตปลายทางเมื่อประเทศนั้นกำหนดให้ต้องมีการรับรองซ้อนอีกชั้น สอบถามขั้นตอนเฉพาะเคสได้ทาง LINE @NAATI

หน่วยงานที่รับผิดชอบและขอบเขตของงานนิติกรณ์

งานนิติกรณ์ของเอกสารไทยอยู่ในความรับผิดชอบของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งให้บริการที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ และที่สำนักงานสาขาซึ่งกรมการกงสุลประกาศเปิดให้บริการทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด สิ่งที่เจ้าหน้าที่รับรองคือความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสาร ไม่ใช่การรับรองข้อเท็จจริงหรือเนื้อหาภายในเอกสาร ประเด็นนี้สำคัญมากเวลาสื่อสารกับหน่วยงานปลายทาง เพราะบางแห่งขอ 'certified true copy' บางแห่งขอ 'legalized document' ซึ่งเป็นคนละชั้นการรับรองกัน

เอกสารที่นำมายื่นนิติกรณ์ได้ต้องเป็นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย หรือเป็นเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายมาก่อนแล้ว เช่น เอกสารบริษัทที่รับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือหนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร เอกสารที่ไม่ผ่านชั้นต้นทางมาก่อนมักถูกตีกลับตั้งแต่จุดรับเรื่อง

  • รับรองลายมือชื่อและตราประทับของผู้ออกเอกสาร ไม่ใช่รับรองเนื้อหา
  • เอกสารราชการต้องเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้องล่าสุด
  • เอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อจากผู้มีอำนาจก่อนเสมอ
  • คำแปลต้องแปลตรงตามต้นฉบับทุกตัวอักษร รวมถึงตัวเลข วันที่ และชื่อเฉพาะ

ลำดับขั้นตอนที่ใช้ได้จริงกับเอกสารไทยที่จะนำไปใช้ต่างประเทศ

ลำดับงานที่ทีมงานใช้กับเกือบทุกเคสคือ ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงย้อนกลับมาจัดลำดับชั้นการรับรองให้ครบ ถ้าเอกสารต้นฉบับเก่าเกินไปหรือสำเนาไม่ได้รับรองใหม่ ต้องคัดเอกสารจากหน่วยงานผู้ออกก่อน ขั้นถัดมาคือจัดทำคำแปล โดยทั่วไปหน่วยงานปลายทางต้องการคำแปลภาษาอังกฤษ เว้นแต่ประเทศปลายทางกำหนดภาษาอื่นไว้ชัดเจน เมื่อคำแปลพร้อมจึงยื่นนิติกรณ์ และเมื่อได้ตรานิติกรณ์แล้วจึงพิจารณาว่าต้องยื่นสถานทูตปลายทางต่อหรือไม่

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้ว ทำให้เอกสารที่จะใช้ในประเทศสมาชิกสามารถขอ Apostille แทนการยื่นสถานทูตได้ ส่วนประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ยังคงต้องยื่นสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทยตามระเบียบของแต่ละแห่ง ซึ่งรายการเอกสารและแบบฟอร์มจะต่างกันไปในแต่ละสถานทูต ทีมงานจะตรวจสอบระเบียบล่าสุดของสถานทูตปลายทางก่อนนัดยื่นทุกครั้ง

  • 1) ยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 2) คัด/ขอเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองใหม่
  • 3) จัดทำคำแปลและตรวจทานชื่อ วันที่ เลขที่เอกสารให้ตรงต้นฉบับ
  • 4) ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล
  • 5) ขอ Apostille หรือยื่นสถานทูตปลายทางตามกรณี
  • 6) ส่งคืนเอกสารพร้อมสำเนาสแกนสำหรับใช้อ้างอิง

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

จากงานที่ผ่านหน้างานจริง สาเหตุที่พบซ้ำ ๆ คือคำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง สำเนาเอกสารไม่ได้รับรองจากหน่วยงานผู้ออก ใช้เอกสารเก่าที่หน่วยงานปลายทางกำหนดอายุไว้ และการยื่นข้ามลำดับชั้น เช่น นำเอกสารไปสถานทูตก่อนผ่านนิติกรณ์ ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยการตรวจไฟล์สแกนล่วงหน้า ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทีมงานทำให้ก่อนรับงานทุกครั้ง

อีกกรณีที่พบบ่อยคือเอกสารบริษัทที่มีหลายฉบับในชุดเดียวกัน แต่คัดมาไม่พร้อมกัน ทำให้วันที่รับรองต่างกันจนหน่วยงานปลายทางตั้งคำถาม แนะนำให้คัดเอกสารชุดบริษัททั้งหมดในคราวเดียวและระบุจำนวนชุดที่ต้องใช้ตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

นิติกรณ์กับ Apostille ต่างกันอย่างไร?

นิติกรณ์คือการรับรองลายมือชื่อและตราประทับโดยกรมการกงสุล ส่วน Apostille คือรูปแบบการรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮกที่ประเทศสมาชิกยอมรับร่วมกันโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีกชั้น

ต้องใช้เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาได้?

โดยหลักต้องใช้ต้นฉบับ หรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองสำเนาถูกต้องให้ใหม่ สำเนาถ่ายเองไม่สามารถใช้ยื่นนิติกรณ์ได้

คำแปลต้องแปลโดยใคร?

ต้องเป็นคำแปลที่ถูกต้องตรงตามต้นฉบับและมีผู้แปลรับรองคำแปล ILC จัดทำคำแปลพร้อมหนังสือรับรองคำแปลแนบไปกับชุดเอกสาร

ยื่นแทนได้ไหมถ้าเจ้าของเอกสารอยู่ต่างประเทศ?

ได้ โดยทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และเอกสารประกอบตามที่กรมการกงสุลกำหนด

ค่าบริการคิดอย่างไร?

คิดตามชนิดเอกสาร จำนวนหน้า จำนวนชุด และชั้นการรับรองที่ปลายทางต้องการ ส่งไฟล์สแกนมาที่ LINE @NAATI เพื่อขอใบเสนอราคาตามขอบเขตงานจริง

ระยะเวลาดำเนินการนานแค่ไหน?

ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน จำนวนเอกสาร และประเทศปลายทาง ทีมงานจะแจ้งกรอบเวลาที่ประเมินได้หลังตรวจเอกสารจริง และแจ้งอัปเดตเมื่อสถานะเปลี่ยน

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที

การรับรองเอกสารโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Department of Consular Affairs, MFA Thailand) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้เอกสารไทย ‘มีผลใช้ได้อย่างเป็นทางการในต่างประเทศ’ หรือเอกสารต่างประเทศ ‘มีผลใช้ได้ในราชอาณาจักรไทย’ โดยกงสุลจะตรวจสอบว่าลายเซ็นและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารต้นทาง (เช่น อำเภอ กรมการปกครอง ศาล ตำรวจ สถาบันการศึกษา) เป็นของแท้และยังใช้อยู่ในทะเบียนของ MFA หรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) การใช้เอกสารข้ามประเทศจึงยังต้องผ่านกระบวนการ ‘Legalization แบบสองชั้น’ คือ (1) กงสุลไทยรับรอง และ (2) สถานทูตปลายทางประทับตรารับรองซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2568 กรมการกงสุลปรับระบบมาให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ (e-Legalization) พร้อมระบบจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ทำให้ผู้ใช้บริการต่างจังหวัดหรือชาวไทยในต่างแดนไม่ต้องเดินทางมาที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ กระบวนการนี้ยังมีเงื่อนไขทางเทคนิคจำนวนมาก เช่น รูปแบบการแปลที่ MFA ยอมรับ การลงลายมือชื่อผู้แปลที่ต้องขึ้นทะเบียน การรับรองสำเนาที่ต้องออกไม่เกิน 6 เดือน และการเลือกใช้แบบธรรมดา (Regular, 2 วันทำการ ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ตราประทับ) หรือแบบด่วน (Express, 1 วันทำการ 400 บาท/ตราประทับ) ที่มีผลต่อระยะเวลารวมของทั้งกระบวนการอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่ต้องใช้เอกสารเพื่อยื่นวีซ่า จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ ขอสัญชาติ ยื่นเอกสารการศึกษา หรือเปิดบริษัทในต่างแดน จึงควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ และเลือกผู้ให้บริการที่มีนักแปลขึ้นทะเบียน MFA เพื่อลดโอกาสถูกส่งกลับให้แก้ไข (Reject) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้กระบวนการยืดออกไปได้อีก 3–7 วัน

ขั้นตอนการรับรองนิติกรณ์กงสุลแบบละเอียด

เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งกระบวนการ ILC สรุปเป็น 7 ขั้นตอนตามที่ปฏิบัติจริงกับกรมการกงสุลในปี 2568–2569 ดังนี้

  1. 1) ตรวจต้นฉบับและวางแผนเอกสาร

    ตรวจสอบว่าต้นฉบับออกโดยหน่วยงานที่ MFA ยอมรับ (อำเภอ กรมการปกครอง ศาล ตำรวจ สถาบันการศึกษาในระบบ) และสำเนายังมีอายุอยู่ในเกณฑ์ 6 เดือน หากเป็นเอกสารเก่าจะแนะนำให้คัดใหม่ก่อน

  2. 2) แปลโดยนักแปลขึ้นทะเบียน MFA

    ต้นฉบับภาษาไทยแปลเป็นภาษาปลายทาง (อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ฯลฯ) ตามแม่แบบที่กรมการกงสุลรับรอง ลงลายมือชื่อผู้แปลและตราประทับสำนักงานแปล

  3. 3) ยื่นผ่าน e-Legalization หรือ On-site

    อัปโหลดไฟล์ต้นฉบับ + ไฟล์แปล + สำเนาบัตรผู้ยื่นเข้าสู่ระบบ e-Legalization ของ MFA จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมผ่าน QR PromptPay หรือบัตรเครดิต

  4. 4) MFA ตรวจสอบและประทับตรา

    กรมการกงสุลเปรียบเทียบลายเซ็นเจ้าหน้าที่ต้นทางกับฐานข้อมูล หากผ่านจะประทับตรารับรอง (Legalization Stamp) พร้อมออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์

  5. 5) รับเอกสารและตรวจความถูกต้อง

    รับเอกสารทางไปรษณีย์ EMS หรือมารับด้วยตนเองที่อาคารกรมการกงสุล จากนั้นตรวจสอบเลขเล่ม/เลขที่นิติกรณ์ที่ตราประทับให้ตรงกับใบเสร็จ

  6. 6) รับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง (Consular Chain)

    สำหรับประเทศที่ไม่ยอมรับ MFA อย่างเดียว (เช่น จีน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย) ต้องนำเอกสารไปประทับตราที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทยเพิ่มอีกหนึ่งชั้น

  7. 7) จัดเก็บเอกสารและติดตามอายุการใช้งาน

    เอกสารรับรองมีอายุใช้งานตามเงื่อนไขปลายทาง (3–6 เดือนสำหรับวีซ่า, 1 ปีสำหรับงานทะเบียน) ควรทำสำเนาสี PDF ไว้สำรองก่อนส่งต้นฉบับให้ผู้รับ

เอกสารและเงื่อนไขที่ต้องเตรียม

การเตรียมเอกสารให้ครบและถูกต้องตั้งแต่แรกจะลดโอกาสถูกส่งกลับให้แก้ไขได้มากที่สุด เอกสารทุกชิ้นต้องเป็น ‘ต้นฉบับตัวจริง’ หรือ ‘สำเนาที่รับรองโดยหน่วยงานผู้ออก’ ไม่รับสำเนาที่ผู้ถือรับรองเอง สำเนาที่คัดจากอำเภอต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นและผู้รับผลประโยชน์ต้องยังไม่หมดอายุและมีลายเซ็นรับรองครบทุกหน้า สำหรับเอกสารการศึกษาต้องมีตราประทับสีแดงจาก Registrar ของสถาบันในระบบเท่านั้น

  • ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง (ไม่รับสำเนาถ่าย/รับรองเอง)
  • สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ตของผู้ยื่นและผู้ถือเอกสาร (เซ็นรับรอง ‘สำเนาถูกต้อง’ ทุกหน้า)
  • เอกสารต้นฉบับต้องออกภายใน 6 เดือน (สำหรับ ทร.1, ทร.14, คร.2, ใบมรณบัตร)
  • หากมอบอำนาจให้บริษัทดำเนินการ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ + สำเนาบัตรผู้มอบ พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท
  • เอกสารการศึกษา ต้องมีตราประทับสีแดง Registrar และลายเซ็นสด (ไม่ยอมรับตรายาง Facsimile)
  • เอกสารบริษัท ต้องคัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอายุไม่เกิน 90 วัน
  • หากยื่นแบบ e-Legalization ต้องมีไฟล์ PDF ต้นฉบับสีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 300 dpi

กรณีใช้งานที่พบบ่อย

จากงานที่ ILC ดำเนินการให้ลูกค้ามากกว่า 15,000 ฉบับต่อปี พบว่ากรณีการใช้เอกสารรับรองกงสุลกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหลักดังนี้

ยื่นวีซ่าครอบครัว/คู่สมรสไปต่างประเทศ

สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน และหลักฐานความสัมพันธ์ต้องได้รับรองกงสุล + สถานทูตปลายทางก่อนยื่นให้เจ้าหน้าที่วีซ่าตรวจสอบ

จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

หนังสือรับรองโสด (Single Status Certificate) จากอำเภอ/สถานทูต ต้องผ่าน MFA และสถานทูตปลายทางเพื่อให้นายทะเบียนต่างประเทศยอมรับ

ขอสัญชาติหรือถิ่นที่อยู่ถาวร (PR)

เอกสารการเกิด สมรส และประวัติอาชญากรรม (CID) ต้องรับรองกงสุลก่อนยื่นสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศปลายทาง

สมัครเรียนต่างประเทศ/ขอทุน

Transcript ปริญญาบัตร และหนังสือรับรองสถาบัน ต้องผ่านกงสุลไทยและสถานทูตของประเทศเจ้าของทุน

ตั้งบริษัท/ทำธุรกรรมในต่างประเทศ

หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องรับรอง MFA ก่อนส่งไปสถานทูตปลายทาง

รับรองเอกสารต่างประเทศเข้าใช้ในไทย

เอกสารต่างประเทศต้องผ่านสถานทูตไทย/หน่วยงาน Apostille ประเทศต้นทาง แล้วนำเข้ามาแปลไทย + รับรอง MFA อีกครั้ง

เปรียบเทียบทางเลือก: ยื่นเอง vs ใช้บริการ ILC

หลายคนสงสัยว่าเมื่อ MFA เปิดระบบ e-Legalization แล้ว ทำไมยังต้องใช้บริการเอเจนซี ตอบตรง ๆ ว่าระบบ e-Legalization ลด ‘การเดินทาง’ แต่ไม่ได้ลด ‘ความรู้ทางเทคนิค’ ที่ต้องใช้ โดยเฉพาะเรื่องแม่แบบการแปลและลำดับ Consular Chain ที่ต่างกันในแต่ละประเทศปลายทาง

ทางเลือกข้อดีข้อจำกัด
ยื่นด้วยตนเอง (On-site)ประหยัดค่าบริการ ไม่ต้องมอบอำนาจต้องเดินทาง เสี่ยงถูก Reject จากรูปแบบการแปล เสียเวลาแก้ 3–7 วัน
ยื่นผ่าน e-Legalization ด้วยตนเองไม่ต้องเดินทาง ทำที่บ้านได้ต้องเตรียมไฟล์ PDF/สแกนสีเอง แปลเองไม่ผ่านนักแปลขึ้นทะเบียน = โดน Reject
ใช้บริการ ILC (One-stop)นักแปลขึ้นทะเบียน MFA + เดินเอกสารสถานทูตซ้ำ + ประกันงานแก้ฟรีมีค่าบริการเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมราชการ 1,500–3,500 บาท/ฉบับ

คำถามที่พบบ่อยเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

MFA รับรองเอกสารได้กี่ภาษา?

ปัจจุบันรับรองการแปลได้ 40+ ภาษา โดยภาษาที่ยื่นได้ทันทีคือ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน อาหรับ รัสเซีย สเปน อิตาลี

แบบด่วน (Express) กับแบบธรรมดา ต่างกันอย่างไร?

แบบธรรมดาใช้ 2 วันทำการ ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ตราประทับ ส่วนแบบด่วน 1 วันทำการ ค่าธรรมเนียม 400 บาท/ตราประทับ

ต้องไปยื่นที่แจ้งวัฒนะเท่านั้นหรือไม่?

ไม่จำเป็น หากใช้ e-Legalization สามารถอัปโหลดออนไลน์และรับเอกสารทาง EMS ได้ทั่วประเทศ

ไทยเข้า Apostille แล้วหรือยัง?

ยัง ไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี Hague Convention 1961 การใช้เอกสารข้ามประเทศจึงยังต้องผ่าน MFA + สถานทูต

เอกสารรับรอง MFA มีอายุนานเท่าไหร่?

อายุการใช้งานขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง โดยทั่วไปวีซ่า 3–6 เดือน งานทะเบียน 1 ปี

ยื่นเอกสารต่างประเทศเข้าใช้ในไทยได้เลยหรือไม่?

ต้องผ่านสถานทูตไทยในประเทศต้นทาง หรือ Apostille + แปลไทย + รับรองที่กงสุลไทยอีกครั้ง

ค่าบริการรวมประมาณเท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียมราชการ 200–400 บาท/ตรา + ค่าแปล 500–1,500 บาท/หน้า + ค่าบริการเดินเอกสาร 800–2,000 บาท/รอบ

หากถูก Reject จะทำอย่างไร?

ILC มีบริการแก้ไขและยื่นซ้ำฟรีในเงื่อนไขงานที่แปลกับเรา โดยจะระบุสาเหตุที่ MFA แจ้งกลับให้ลูกค้าทราบทุกครั้ง

รับงานเร่งด่วนภายในวันเดียวได้ไหม?

ได้เฉพาะเอกสาร 1–3 หน้า และต้องยื่นก่อน 09.30 น. ที่กรมการกงสุล พร้อมชำระค่าธรรมเนียมด่วน

ต้องมอบอำนาจอย่างไรเพื่อให้ ILC ไปดำเนินการแทน?

ใช้หนังสือมอบอำนาจแนบสำเนาบัตรผู้มอบ + อากรแสตมป์ 10 บาท ทีมงาน ILC ส่งแม่แบบให้กรอกทางอีเมลได้ทันที

Local Expert Insight

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: ภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที

เคส ภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที ที่ผ่านมือเรามากที่สุดคือกลุ่มที่ยื่นเองแล้วถูกตีกลับเพราะเทมเพลตล้าสมัยหรือชื่อไม่ตรงพาสปอร์ต — เราจึงเริ่มทุกงานด้วยการ audit เอกสารก่อนเสมอ
กองบรรณาธิการ ILC
Legal Documentation Editorial Team

ช่วงราคา (Cost Ladder)

ระดับบริการค่าบริการ
เอกสารเดี่ยว / Single doc1,500 – 2,500 THB
แปล + Notary / Translation + Notary2,500 – 4,500 THB
MFA legalization3,500 – 5,500 THB
Embassy chain / สถานทูต5,500 – 8,000 THB

ไทม์ไลน์ (Day 1 → Day N)

  1. Day 1รับเรื่อง / ตรวจเอกสาร / เสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. Day 2-3แปลรับรอง + QA สองชั้นโดยนักแปล NAATI/MoJ
  3. Day 3-4ยื่นนิติกรณ์ MFA แจ้งวัฒนะ (รับเอกสารกลับภายในวันทำการเดียวกัน)
  4. Day 5-7ยื่นสถานทูตปลายทาง / จัดส่ง EMS-DHL ถึงมือลูกค้า

ตัวอย่างเคสจริง (Anonymized)

ลูกค้าองค์กร (ปิดชื่อ) ต้องใช้ ภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที เร่งด่วนสำหรับการยื่นสถานทูตยุโรป — ILC ปิดงานภายใน 4 วันทำการโดยไม่ต้องยื่นซ้ำ ประหยัดเวลาลูกค้าได้ประมาณ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับการทำเอง

อัปเดตล่าสุด: · อ้างอิงแนวปฏิบัติ กงสุล MFA + สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

ข้อมูลสำคัญ — รับรอง MFA กระทรวงการต่างประเทศ

รับรอง MFA กระทรวงการต่างประเทศ โดย ILC — ให้บริการโดยทีมทนาย นักแปลรับรอง และผู้เชี่ยวชาญด้านเอกสารกงสุล ครอบคลุมทั่วประเทศไทย รองรับทั้งลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ ประสานงานหน่วยงานรัฐ/สถานทูตครบวงจร ให้คำปรึกษาฟรีก่อนเริ่มงาน

ประสบการณ์
20+
ปีให้บริการลูกค้าไทย/ต่างชาติ
พื้นที่ครอบคลุม
191
อำเภอ/เขตทั่วประเทศ
ภาษา
30+
แปล-รับรอง-ล่ามหลากภาษา
เอกสารต่อเดือน
10,000+
โดยทีมทนาย & นักแปลรับรอง
ตอบกลับ
<2 ชม.
เวลาทำการทุกช่องทาง
ระดับ
A+
มาตรฐาน ISO-aligned + สภาทนายฯ

คำถามที่พบบ่อย

MFA Consular Legalization รับรองอะไร?

รับรองลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทย เพื่อใช้ในต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมภาครัฐ 200 บาท/ตราปกติ, 400 บาท/ตราด่วน

MFA Legalization — ใช้เวลากี่วัน?

ปกติ 3 วันทำการ, ด่วน 1 วันทำการที่กรมการกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ — เพิ่มค่าจัดส่ง 1–2 วันหากทำผ่านตัวแทน

เอกสารต้องแปลก่อนไหม?

ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ/ภาษาปลายทางโดยผู้แปลที่ MFA ยอมรับก่อน — คำแปลของ ILC ผ่านการรับรอง MFA ทันที

หลัง MFA ต้องรับรองสถานทูตอีกไหม?

ขึ้นกับประเทศปลายทาง — ประเทศ Hague Apostille (ไทยเข้าร่วมแล้ว) ใช้ Apostille แทน; ประเทศนอก Convention ต้องรับรองสถานทูตต่อ

ไทยเข้า Hague Apostille แล้วเปลี่ยนอะไรบ้าง?

ตั้งแต่ 14 ธ.ค. 2568 ไทยออก Apostille ได้ — ใช้แทน chain รับรองสถานทูตในกลุ่ม 125 ประเทศสมาชิก ประหยัดเวลา 5–15 วัน

เอกสารบุคคลกับเอกสารบริษัทค่าบริการต่างกันไหม?

ต่าง — เอกสารบุคคล (สูติบัตร/ทะเบียนสมรส) 2,500–4,000 บาท/ชุด; เอกสารบริษัท (DBD/POA) 3,500–6,000 บาท/ชุดรวมค่าแปล

แหล่งอ้างอิง

หน่วยงานราชการ

เอกสารและกรณีจริงจากเรา

บริการที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • ILC(LegalService)
  • กระทรวงการต่างประเทศ (MFA)(GovernmentOrganization)
  • สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์(GovernmentOrganization)
  • Notarial Services Attorney(Certification)