ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Law & Accounting Services Co., Ltd. logoThai Law & Accounting

บริการรับรองกงสุล (MFA)

แปล + รับรองกงสุลครบจบ — กระทรวงการต่างประเทศไทย

บริการแปลและนำเอกสารไปนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมส่งต่อไปรับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง (กรณีต้องการ) ครอบคลุมเอกสารบุคคล การศึกษา บริษัท และเอกสารศาล/ตำรวจ

นิติกรณ์เอกสาร (Legalization) คือการที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารไทย เพื่อให้หน่วยงานในต่างประเทศยอมรับเอกสารนั้นได้ Thai Law & Accounting ดูแลตั้งแต่ขอคัดเอกสารต้นทาง จัดทำคำแปล ยื่นนิติกรณ์ ไปจนถึงยื่นสถานทูตปลายทางเมื่อประเทศนั้นกำหนดให้ต้องมีการรับรองซ้อนอีกชั้น สอบถามขั้นตอนเฉพาะเคสได้ทาง LINE @THAIL

หน่วยงานที่รับผิดชอบและขอบเขตของงานนิติกรณ์

งานนิติกรณ์ของเอกสารไทยอยู่ในความรับผิดชอบของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งให้บริการที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ และที่สำนักงานสาขาซึ่งกรมการกงสุลประกาศเปิดให้บริการทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด สิ่งที่เจ้าหน้าที่รับรองคือความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสาร ไม่ใช่การรับรองข้อเท็จจริงหรือเนื้อหาภายในเอกสาร ประเด็นนี้สำคัญมากเวลาสื่อสารกับหน่วยงานปลายทาง เพราะบางแห่งขอ 'certified true copy' บางแห่งขอ 'legalized document' ซึ่งเป็นคนละชั้นการรับรองกัน

เอกสารที่นำมายื่นนิติกรณ์ได้ต้องเป็นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย หรือเป็นเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายมาก่อนแล้ว เช่น เอกสารบริษัทที่รับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือหนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร เอกสารที่ไม่ผ่านชั้นต้นทางมาก่อนมักถูกตีกลับตั้งแต่จุดรับเรื่อง

  • รับรองลายมือชื่อและตราประทับของผู้ออกเอกสาร ไม่ใช่รับรองเนื้อหา
  • เอกสารราชการต้องเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้องล่าสุด
  • เอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อจากผู้มีอำนาจก่อนเสมอ
  • คำแปลต้องแปลตรงตามต้นฉบับทุกตัวอักษร รวมถึงตัวเลข วันที่ และชื่อเฉพาะ

ลำดับขั้นตอนที่ใช้ได้จริงกับเอกสารไทยที่จะนำไปใช้ต่างประเทศ

ลำดับงานที่ทีมงานใช้กับเกือบทุกเคสคือ ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงย้อนกลับมาจัดลำดับชั้นการรับรองให้ครบ ถ้าเอกสารต้นฉบับเก่าเกินไปหรือสำเนาไม่ได้รับรองใหม่ ต้องคัดเอกสารจากหน่วยงานผู้ออกก่อน ขั้นถัดมาคือจัดทำคำแปล โดยทั่วไปหน่วยงานปลายทางต้องการคำแปลภาษาอังกฤษ เว้นแต่ประเทศปลายทางกำหนดภาษาอื่นไว้ชัดเจน เมื่อคำแปลพร้อมจึงยื่นนิติกรณ์ และเมื่อได้ตรานิติกรณ์แล้วจึงพิจารณาว่าต้องยื่นสถานทูตปลายทางต่อหรือไม่

ไทยเข้าร่วมอนุสัญญา Apostille แล้ว แต่อนุสัญญาจะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ณ กันยายน 2569 ไทยยังไม่ออก Apostille สำหรับเอกสารไทย จึงต้องตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเพื่อเลือกลำดับนิติกรณ์และการรับรองโดยสถานทูตตามกรณี ทีมงานจะตรวจระเบียบล่าสุดของปลายทางก่อนนัดยื่น

  • 1) ยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 2) คัด/ขอเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองใหม่
  • 3) จัดทำคำแปลและตรวจทานชื่อ วันที่ เลขที่เอกสารให้ตรงต้นฉบับ
  • 4) ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล
  • 5) ตรวจว่าหน่วยงานผู้รับกำหนดให้รับรองต่อที่สถานทูตหรือไม่ (ไทยยังไม่ออก Apostille ณ กันยายน 2569)
  • 6) ส่งคืนเอกสารพร้อมสำเนาสแกนสำหรับใช้อ้างอิง

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

จากงานที่ผ่านหน้างานจริง สาเหตุที่พบซ้ำ ๆ คือคำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง สำเนาเอกสารไม่ได้รับรองจากหน่วยงานผู้ออก ใช้เอกสารเก่าที่หน่วยงานปลายทางกำหนดอายุไว้ และการยื่นข้ามลำดับชั้น เช่น นำเอกสารไปสถานทูตก่อนผ่านนิติกรณ์ ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยการตรวจไฟล์สแกนล่วงหน้า ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทีมงานทำให้ก่อนรับงานทุกครั้ง

อีกกรณีที่พบบ่อยคือเอกสารบริษัทที่มีหลายฉบับในชุดเดียวกัน แต่คัดมาไม่พร้อมกัน ทำให้วันที่รับรองต่างกันจนหน่วยงานปลายทางตั้งคำถาม แนะนำให้คัดเอกสารชุดบริษัททั้งหมดในคราวเดียวและระบุจำนวนชุดที่ต้องใช้ตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

นิติกรณ์กับ Apostille ต่างกันอย่างไร?

นิติกรณ์คือการรับรองลายมือชื่อและตราประทับโดยกรมการกงสุล ส่วน Apostille คือรูปแบบการรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮกที่ประเทศสมาชิกยอมรับร่วมกันโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีกชั้น

ต้องใช้เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาได้?

โดยหลักต้องใช้ต้นฉบับ หรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรองสำเนาถูกต้องให้ใหม่ สำเนาถ่ายเองไม่สามารถใช้ยื่นนิติกรณ์ได้

คำแปลต้องแปลโดยใคร?

ต้องเป็นคำแปลที่ถูกต้องตรงตามต้นฉบับและมีผู้แปลรับรองคำแปล iLC จัดทำคำแปลพร้อมหนังสือรับรองคำแปลแนบไปกับชุดเอกสาร

ยื่นแทนได้ไหมถ้าเจ้าของเอกสารอยู่ต่างประเทศ?

ได้ โดยทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และเอกสารประกอบตามที่กรมการกงสุลกำหนด

ค่าบริการคิดอย่างไร?

คิดตามชนิดเอกสาร จำนวนหน้า จำนวนชุด และชั้นการรับรองที่ปลายทางต้องการ ส่งไฟล์สแกนมาที่ LINE @THAIL เพื่อขอใบเสนอราคาตามขอบเขตงานจริง

ระยะเวลาดำเนินการนานแค่ไหน?

ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน จำนวนเอกสาร และประเทศปลายทาง ทีมงานจะแจ้งกรอบเวลาที่ประเมินได้หลังตรวจเอกสารจริง และแจ้งอัปเดตเมื่อสถานะเปลี่ยน

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที

การรับรองเอกสารโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Department of Consular Affairs, MFA Thailand) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้เอกสารไทย ‘มีผลใช้ได้อย่างเป็นทางการในต่างประเทศ’ หรือเอกสารต่างประเทศ ‘มีผลใช้ได้ในราชอาณาจักรไทย’ โดยกงสุลจะตรวจสอบว่าลายเซ็นและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารต้นทาง (เช่น อำเภอ กรมการปกครอง ศาล ตำรวจ สถาบันการศึกษา) เป็นของแท้และยังใช้อยู่ในทะเบียนของ MFA หรือไม่ ณ กันยายน 2569 ประเทศไทยยังไม่ออก Apostille โดยกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าอนุสัญญาจะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 การใช้เอกสารข้ามประเทศจึงยังต้องผ่านกระบวนการ ‘Legalization แบบสองชั้น’ คือ (1) กงสุลไทยรับรอง และ (2) สถานทูตปลายทางประทับตรารับรองซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2568 กรมการกงสุลปรับระบบมาให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ (e-Legalization) พร้อมระบบจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ทำให้ผู้ใช้บริการต่างจังหวัดหรือชาวไทยในต่างแดนไม่ต้องเดินทางมาที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ กระบวนการนี้ยังมีเงื่อนไขทางเทคนิคจำนวนมาก เช่น รูปแบบการแปลที่ MFA ยอมรับ การลงลายมือชื่อผู้แปลที่ต้องขึ้นทะเบียน การรับรองสำเนาที่ต้องออกไม่เกิน 6 เดือน และการเลือกใช้แบบธรรมดา (Regular, — ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ตราประทับ) หรือแบบด่วน (Express, — ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน 400 บาท/ตราประทับ) ที่มีผลต่อระยะเวลารวมของทั้งกระบวนการอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่ต้องใช้เอกสารเพื่อยื่นวีซ่า จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ ขอสัญชาติ ยื่นเอกสารการศึกษา หรือเปิดบริษัทในต่างแดน จึงควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ และเลือกผู้ให้บริการที่มีนักแปลขึ้นทะเบียน MFA เพื่อลดโอกาสถูกส่งกลับให้แก้ไข (Reject) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้กระบวนการยืดออกไปได้อีก 3–7 วัน

ขั้นตอนการรับรองนิติกรณ์กงสุลแบบละเอียด

เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งกระบวนการ iLC สรุปเป็น 7 ขั้นตอนตามที่ปฏิบัติจริงกับกรมการกงสุลในปี 2568–2569 ดังนี้

  1. 1) ตรวจต้นฉบับและวางแผนเอกสาร

    ตรวจสอบว่าต้นฉบับออกโดยหน่วยงานที่ MFA ยอมรับ (อำเภอ กรมการปกครอง ศาล ตำรวจ สถาบันการศึกษาในระบบ) และสำเนายังมีอายุอยู่ในเกณฑ์ 6 เดือน หากเป็นเอกสารเก่าจะแนะนำให้คัดใหม่ก่อน

  2. 2) แปลโดยนักแปลขึ้นทะเบียน MFA

    ต้นฉบับภาษาไทยแปลเป็นภาษาปลายทาง (อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ฯลฯ) ตามแม่แบบที่กรมการกงสุลรับรอง ลงลายมือชื่อผู้แปลและตราประทับสำนักงานแปล

  3. 3) ยื่นผ่าน e-Legalization หรือ On-site

    อัปโหลดไฟล์ต้นฉบับ + ไฟล์แปล + สำเนาบัตรผู้ยื่นเข้าสู่ระบบ e-Legalization ของ MFA จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมผ่าน QR PromptPay หรือบัตรเครดิต

  4. 4) MFA ตรวจสอบและประทับตรา

    กรมการกงสุลเปรียบเทียบลายเซ็นเจ้าหน้าที่ต้นทางกับฐานข้อมูล หากผ่านจะประทับตรารับรอง (Legalization Stamp) พร้อมออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์

  5. 5) รับเอกสารและตรวจความถูกต้อง

    รับเอกสารทางไปรษณีย์ EMS หรือมารับด้วยตนเองที่อาคารกรมการกงสุล จากนั้นตรวจสอบเลขเล่ม/เลขที่นิติกรณ์ที่ตราประทับให้ตรงกับใบเสร็จ

  6. 6) รับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง (Consular Chain)

    สำหรับประเทศที่ไม่ยอมรับ MFA อย่างเดียว (เช่น จีน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย) ต้องนำเอกสารไปประทับตราที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทยเพิ่มอีกหนึ่งชั้น

  7. 7) จัดเก็บเอกสารและติดตามอายุการใช้งาน

    เอกสารรับรองมีอายุใช้งานตามเงื่อนไขปลายทาง (3–6 เดือนสำหรับวีซ่า, 1 ปีสำหรับงานทะเบียน) ควรทำสำเนาสี PDF ไว้สำรองก่อนส่งต้นฉบับให้ผู้รับ

เอกสารและเงื่อนไขที่ต้องเตรียม

การเตรียมเอกสารให้ครบและถูกต้องตั้งแต่แรกจะลดโอกาสถูกส่งกลับให้แก้ไขได้มากที่สุด เอกสารทุกชิ้นต้องเป็น ‘ต้นฉบับตัวจริง’ หรือ ‘สำเนาที่รับรองโดยหน่วยงานผู้ออก’ ไม่รับสำเนาที่ผู้ถือรับรองเอง สำเนาที่คัดจากอำเภอต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นและผู้รับผลประโยชน์ต้องยังไม่หมดอายุและมีลายเซ็นรับรองครบทุกหน้า สำหรับเอกสารการศึกษาต้องมีตราประทับสีแดงจาก Registrar ของสถาบันในระบบเท่านั้น

  • ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง (ไม่รับสำเนาถ่าย/รับรองเอง)
  • สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ตของผู้ยื่นและผู้ถือเอกสาร (เซ็นรับรอง ‘สำเนาถูกต้อง’ ทุกหน้า)
  • เอกสารต้นฉบับต้องออกภายใน 6 เดือน (สำหรับ ทร.1, ทร.14, คร.2, ใบมรณบัตร)
  • หากมอบอำนาจให้บริษัทดำเนินการ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ + สำเนาบัตรผู้มอบ พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท
  • เอกสารการศึกษา ต้องมีตราประทับสีแดง Registrar และลายเซ็นสด (ไม่ยอมรับตรายาง Facsimile)
  • เอกสารบริษัท ต้องคัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอายุไม่เกิน 90 วัน
  • หากยื่นแบบ e-Legalization ต้องมีไฟล์ PDF ต้นฉบับสีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 300 dpi

กรณีใช้งานที่พบบ่อย

จากงานที่ iLC ดำเนินการให้ลูกค้ามากกว่า 15,000 ฉบับต่อปี พบว่ากรณีการใช้เอกสารรับรองกงสุลกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหลักดังนี้

ยื่นวีซ่าครอบครัว/คู่สมรสไปต่างประเทศ

สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน และหลักฐานความสัมพันธ์ต้องได้รับรองกงสุล + สถานทูตปลายทางก่อนยื่นให้เจ้าหน้าที่วีซ่าตรวจสอบ

จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

หนังสือรับรองโสด (Single Status Certificate) จากอำเภอ/สถานทูต ต้องผ่าน MFA และสถานทูตปลายทางเพื่อให้นายทะเบียนต่างประเทศยอมรับ

ขอสัญชาติหรือถิ่นที่อยู่ถาวร (PR)

เอกสารการเกิด สมรส และประวัติอาชญากรรม (CID) ต้องรับรองกงสุลก่อนยื่นสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศปลายทาง

สมัครเรียนต่างประเทศ/ขอทุน

Transcript ปริญญาบัตร และหนังสือรับรองสถาบัน ต้องผ่านกงสุลไทยและสถานทูตของประเทศเจ้าของทุน

ตั้งบริษัท/ทำธุรกรรมในต่างประเทศ

หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องรับรอง MFA ก่อนส่งไปสถานทูตปลายทาง

รับรองเอกสารต่างประเทศเข้าใช้ในไทย

เอกสารต่างประเทศต้องผ่านสถานทูตไทย/หน่วยงาน Apostille ประเทศต้นทาง แล้วนำเข้ามาแปลไทย + รับรอง MFA อีกครั้ง

เปรียบเทียบทางเลือก: ยื่นเอง vs ใช้บริการ iLC

หลายคนสงสัยว่าเมื่อ MFA เปิดระบบ e-Legalization แล้ว ทำไมยังต้องใช้บริการเอเจนซี ตอบตรง ๆ ว่าระบบ e-Legalization ลด ‘การเดินทาง’ แต่ไม่ได้ลด ‘ความรู้ทางเทคนิค’ ที่ต้องใช้ โดยเฉพาะเรื่องแม่แบบการแปลและลำดับ Consular Chain ที่ต่างกันในแต่ละประเทศปลายทาง

ทางเลือกข้อดีข้อจำกัด
ยื่นด้วยตนเอง (On-site)ประหยัดค่าบริการ ไม่ต้องมอบอำนาจต้องเดินทาง เสี่ยงถูก Reject จากรูปแบบการแปล เสียเวลาแก้ 3–7 วัน
ยื่นผ่าน e-Legalization ด้วยตนเองไม่ต้องเดินทาง ทำที่บ้านได้ต้องเตรียมไฟล์ PDF/สแกนสีเอง แปลเองไม่ผ่านนักแปลขึ้นทะเบียน = โดน Reject
ใช้บริการ iLC (One-stop)นักแปลขึ้นทะเบียน MFA + เดินเอกสารสถานทูตซ้ำ + ประกันงานแก้ฟรีมีค่าบริการเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมราชการ 1,500–3,500 บาท/ฉบับ

คำถามที่พบบ่อยเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

MFA รับรองเอกสารได้กี่ภาษา?

ปัจจุบันรับรองการแปลได้ 40+ ภาษา โดยภาษาที่ยื่นได้ทันทีคือ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน อาหรับ รัสเซีย สเปน อิตาลี

แบบด่วน (Express) กับแบบธรรมดา ต่างกันอย่างไร?

ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ตราประทับ — ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน ค่าธรรมเนียม 400 บาท/ตราประทับ

ต้องไปยื่นที่แจ้งวัฒนะเท่านั้นหรือไม่?

ไม่จำเป็น หากใช้ e-Legalization สามารถอัปโหลดออนไลน์และรับเอกสารทาง EMS ได้ทั่วประเทศ

ไทยเข้า Apostille แล้วหรือยัง?

ไทยยื่นภาคยานุวัติแล้ว แต่ ณ กันยายน 2569 ยังไม่ออก Apostille อนุสัญญามีผลวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 โปรดตรวจขั้นตอนกับหน่วยงานผู้รับ

เอกสารรับรอง MFA มีอายุนานเท่าไหร่?

อายุการใช้งานขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง โดยทั่วไปวีซ่า 3–6 เดือน งานทะเบียน 1 ปี

ยื่นเอกสารต่างประเทศเข้าใช้ในไทยได้เลยหรือไม่?

ต้องผ่านสถานทูตไทยในประเทศต้นทาง หรือ Apostille + แปลไทย + รับรองที่กงสุลไทยอีกครั้ง

ค่าบริการรวมประมาณเท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียมราชการ 200–400 บาท/ตรา + ค่าแปล (ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่) + ค่าบริการเดินเอกสาร 800–2,000 บาท/รอบ

หากถูก Reject จะทำอย่างไร?

iLC มีบริการแก้ไขและยื่นซ้ำฟรีในเงื่อนไขงานที่แปลกับเรา โดยจะระบุสาเหตุที่ MFA แจ้งกลับให้ลูกค้าทราบทุกครั้ง

รับงานเร่งด่วนตามที่ประเมินจากเอกสารของท่านได้ไหม?

ได้เฉพาะเอกสาร 1–3 หน้า และต้องยื่นก่อน 09.30 น. ที่กรมการกงสุล พร้อมชำระค่าธรรมเนียมด่วน

ต้องมอบอำนาจอย่างไรเพื่อให้ iLC ไปดำเนินการแทน?

ใช้หนังสือมอบอำนาจแนบสำเนาบัตรผู้มอบ + อากรแสตมป์ 10 บาท ทีมงาน iLC ส่งแม่แบบให้กรอกทางอีเมลได้ทันที

ข้อควรตรวจสอบ

ข้อมูลประกอบการพิจารณา: ภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที

“ก่อนดำเนินการ ภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที ควรตรวจชื่อในเอกสารและข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เพื่อป้องกันการส่งเอกสารไม่ครบ”
Thai Law & Accounting Services Co., Ltd.
ทีมข้อมูลบริการ

ขอบเขตงานที่ต้องประเมิน

ระดับบริการค่าบริการ
เอกสารเดี่ยว / Single docสอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL
แปล + Notary / Translation + Notaryสอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL
MFA legalizationสอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL
Embassy chain / สถานทูตสอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL

แนวทางดำเนินงาน

  1. 01รับรายละเอียดและตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
  2. 02ประเมินเอกสาร ขอบเขตงาน ค่าบริการ และระยะเวลาตามกรณี
  3. 03ดำเนินงานและประสานขั้นตอนรับรองต่อเนื่องหากจำเป็น
  4. 04ตรวจความครบถ้วนและส่งมอบตามวิธีที่ตกลง

ข้อควรตรวจสอบก่อนยื่น

สำหรับ ภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที ให้ตรวจชื่อผู้เกี่ยวข้อง ประเภทเอกสาร และข้อกำหนดล่าสุดของหน่วยงานผู้รับก่อนเริ่มงาน ระยะเวลาและค่าบริการขึ้นกับรายละเอียดแต่ละกรณี

โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของหน่วยงานผู้รับเอกสาร

ข้อมูลสำคัญ — รับรอง MFA กระทรวงการต่างประเทศ

รับรอง MFA กระทรวงการต่างประเทศ — ติดต่อ Thai Law & Accounting Services Co., Ltd. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินเอกสาร ขั้นตอน และข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่ โทร 092-0170000 หรือ LINE @THAIL

สำนักงาน
2
ขอนแก่น · กรุงเทพฯ
ค่าบริการ
สอบถามเจ้าหน้าที่
ประเมินตามขอบเขตงาน
ช่องทางติดต่อ
LINE · โทร
@THAIL · 092-0170000

คำถามที่พบบ่อย

MFA Consular Legalization รับรองอะไร?

รับรองลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทย เพื่อใช้ในต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมภาครัฐ 200 บาท/ตราปกติ, 400 บาท/ตราด่วน

MFA Legalization — ใช้เวลากี่วัน?

ปกติ 3 วันทำการ, ด่วน 1 วันทำการที่กรมการกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ — เพิ่มค่าจัดส่ง 1–2 วันหากทำผ่านตัวแทน

เอกสารต้องแปลก่อนไหม?

ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ/ภาษาปลายทางโดยผู้แปลที่ MFA ยอมรับก่อน — คำแปลของ iLC ผ่านการรับรอง MFA ทันที

หลัง MFA ต้องรับรองสถานทูตอีกไหม?

ขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับ ณ กันยายน 2569 ไทยยังไม่ออก Apostille จึงต้องตรวจว่าต้องรับรองต่อที่สถานทูตหรือไม่

ไทยเข้า Hague Apostille แล้วเปลี่ยนอะไรบ้าง?

ไทยฝากภาคยานุวัติสารแล้ว แต่อนุสัญญาจะมีผลกับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570 ณ กันยายน 2569 ไทยยังไม่ออก Apostille ให้ตรวจขั้นตอนนิติกรณ์กับหน่วยงานผู้รับ

เอกสารบุคคลกับเอกสารบริษัทค่าบริการต่างกันไหม?

ต่าง — เอกสารบุคคล (สูติบัตร/ทะเบียนสมรส) ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่; เอกสารบริษัท (DBD/POA) ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่รวมค่าแปล

แหล่งอ้างอิง

หน่วยงานราชการ

เอกสารและกรณีจริงจากเรา

บริการที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • Thai Law & Accounting(LegalService)
  • กระทรวงการต่างประเทศ (MFA)(GovernmentOrganization)
  • สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์(GovernmentOrganization)
  • Notarial Services Attorney(Certification)