ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Law & Accounting Services Co., Ltd. logoThai Law & Accounting

แปล + รับรองกงสุล: สูติบัตร

Birth Certificate

สูติบัตรไทย (ทร.1, ทร.19) แปลและรับรองโดยกรมการกงสุล — ใช้ยื่นวีซ่า เปลี่ยนสัญชาติ จดทะเบียนเกิดที่ต่างประเทศ

ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่ค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราที่กรมการกงสุลประกาศระยะเวลาประเมินตามเอกสาร

เกี่ยวกับการรับรองกงสุล สูติบัตร

เอกสาร สูติบัตร ที่ออกโดยอำเภอ/เขต กรมการปกครอง หากต้องนำไปใช้ในต่างประเทศ ต้องผ่านขั้นตอนนิติกรณ์ (Legalization) ตามระเบียบของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Ministry of Foreign Affairs of Thailand) เพื่อให้หน่วยงานต่างประเทศยอมรับว่าเป็นเอกสารทางการที่ออกโดยรัฐบาลไทยจริง

ขั้นตอนการให้บริการ

  1. ส่งสแกน สูติบัตร ทาง LINE/Email — ทีมงานประเมินจำนวนหน้าและค่าธรรมเนียมราชการ
  2. ยืนยันสั่งงาน + ชำระเงินมัดจำ + ส่งต้นฉบับ (ทางไปรษณีย์หรือเข้ามาที่สำนักงาน)
  3. นักแปลแปลและตรวจทานก่อนส่ง
  4. ส่งเอกสารและฉบับแปลไปยังกรมการกงสุล (ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน)
  5. นำส่งสถานทูตประเทศปลายทาง (กรณีต้องการ Apostille/Embassy stamp ต่อยอด)
  6. จัดส่งเอกสารคืนตามกำหนดที่แจ้งไว้ก่อนเริ่มงาน

ปลายทางการใช้งานที่พบบ่อย

  • ยื่นวีซ่าครอบครัว
  • ขอสัญชาติ
  • จดทะเบียนเกิดที่ต่างประเทศ
  • สมัครเรียนต่างประเทศ

ค่าธรรมเนียมราชการตามระเบียบ

  • ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ (ปกติ/ด่วน) เป็นไปตามอัตราที่กรมการกงสุลประกาศ ณ วันยื่น และเรียกเก็บตามจริง
  • ค่าจัดส่ง EMS/Kerry แยกตามจริง

ทำไมต้องใช้บริการมืออาชีพ

  • นักแปลขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรม (MoJ) / ที่กรมการกงสุลรับรอง
  • ตรวจรูปแบบเอกสารตามแบบฟอร์มกงสุลปัจจุบัน (ลดความเสี่ยงถูกตีกลับ)
  • บริการรับ-ส่งต้นฉบับ ไม่ต้องเดินทางไปเอง
  • ติดตามสถานะรายชิ้น มีเลขรับงานชัดเจน

นโยบายบริการหลังการขาย

หากเอกสารถูกตีกลับจากกรมการกงสุลด้วยข้อบกพร่องของฉบับแปล เราจะดำเนินการแก้ไขและยื่นใหม่ให้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม (ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ) — ไม่ใช่การการันตีผลลัพธ์ แต่เป็นมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ

เอกสารอื่นในหมวด เอกสารบุคคลและทะเบียนราษฎร

ขอใบเสนอราคาฟรี — LINE @THAIL · โทร 092-0170000

ติดต่อทีมงาน

รายละเอียดเชิงลึก: สูติบัตร

บริการ สูติบัตร เป็นหนึ่งในบริการภายใต้กลุ่มภาพรวมงานรับรองนิติกรณ์กงสุล (MFA Legalization) แบบเข้าใจใน 3 นาที ของ iLC ซึ่งครอบคลุมการแปลรับรอง MoJ, นิติกรณ์ MFA, การประสานสถานทูต, และการยื่นเรื่องต่อหน่วยงานราชการไทย โดยมีทีมนักแปล NAATI, ทนายความ Notarial Services Attorney, และเจ้าหน้าที่ประสานงานประจำการทำงานร่วมกันในทุกเคส

การรับรองเอกสารโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Department of Consular Affairs, MFA Thailand) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้เอกสารไทย ‘มีผลใช้ได้อย่างเป็นทางการในต่างประเทศ’ หรือเอกสารต่างประเทศ ‘มีผลใช้ได้ในราชอาณาจักรไทย’ โดยกงสุลจะตรวจสอบว่าลายเซ็นและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารต้นทาง (เช่น อำเภอ กรมการปกครอง ศาล ตำรวจ สถาบันการศึกษา) เป็นของแท้และยังใช้อยู่ในทะเบียนของ MFA หรือไม่ ณ กันยายน 2569 ประเทศไทยยังไม่ออก Apostille โดยกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าอนุสัญญาจะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 การใช้เอกสารข้ามประเทศจึงยังต้องผ่านกระบวนการ ‘Legalization แบบสองชั้น’ คือ (1) กงสุลไทยรับรอง และ (2) สถานทูตปลายทางประทับตรารับรองซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2568 กรมการกงสุลปรับระบบมาให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ (e-Legalization) พร้อมระบบจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ EMS ทำให้ผู้ใช้บริการต่างจังหวัดหรือชาวไทยในต่างแดนไม่ต้องเดินทางมาที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ กระบวนการนี้ยังมีเงื่อนไขทางเทคนิคจำนวนมาก เช่น รูปแบบการแปลที่ MFA ยอมรับ การลงลายมือชื่อผู้แปลที่ต้องขึ้นทะเบียน การรับรองสำเนาที่ต้องออกไม่เกิน 6 เดือน และการเลือกใช้แบบธรรมดา (Regular, — ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ตราประทับ) หรือแบบด่วน (Express, — ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน 400 บาท/ตราประทับ) ที่มีผลต่อระยะเวลารวมของทั้งกระบวนการอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่ต้องใช้เอกสารเพื่อยื่นวีซ่า จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ ขอสัญชาติ ยื่นเอกสารการศึกษา หรือเปิดบริษัทในต่างแดน จึงควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ และเลือกผู้ให้บริการที่มีนักแปลขึ้นทะเบียน MFA เพื่อลดโอกาสถูกส่งกลับให้แก้ไข (Reject) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้กระบวนการยืดออกไปได้อีก 3–7 วัน

ทำไมต้องเลือก iLC สำหรับ สูติบัตร

iLC ให้บริการมามากกว่า 15 ปี ครอบคลุมทุกสถานทูตในกรุงเทพฯ และ MFA (ทั้งแจ้งวัฒนะและเชียงใหม่) เรามีระบบตรวจสอบเอกสารสองชั้น และรับผิดชอบคืนค่าบริการหากถูกตีกลับด้วยเหตุจากคุณภาพงานแปล/รับรองของเรา — ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนการดำเนินการ สูติบัตร

เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งกระบวนการ iLC สรุปเป็น 7 ขั้นตอนตามที่ปฏิบัติจริงกับกรมการกงสุลในปี 2568–2569 ดังนี้

  1. 1) ตรวจต้นฉบับและวางแผนเอกสาร

    ตรวจสอบว่าต้นฉบับออกโดยหน่วยงานที่ MFA ยอมรับ (อำเภอ กรมการปกครอง ศาล ตำรวจ สถาบันการศึกษาในระบบ) และสำเนายังมีอายุอยู่ในเกณฑ์ 6 เดือน หากเป็นเอกสารเก่าจะแนะนำให้คัดใหม่ก่อน

  2. 2) แปลโดยนักแปลขึ้นทะเบียน MFA

    ต้นฉบับภาษาไทยแปลเป็นภาษาปลายทาง (อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ฯลฯ) ตามแม่แบบที่กรมการกงสุลรับรอง ลงลายมือชื่อผู้แปลและตราประทับสำนักงานแปล

  3. 3) ยื่นผ่าน e-Legalization หรือ On-site

    อัปโหลดไฟล์ต้นฉบับ + ไฟล์แปล + สำเนาบัตรผู้ยื่นเข้าสู่ระบบ e-Legalization ของ MFA จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมผ่าน QR PromptPay หรือบัตรเครดิต

  4. 4) MFA ตรวจสอบและประทับตรา

    กรมการกงสุลเปรียบเทียบลายเซ็นเจ้าหน้าที่ต้นทางกับฐานข้อมูล หากผ่านจะประทับตรารับรอง (Legalization Stamp) พร้อมออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์

  5. 5) รับเอกสารและตรวจความถูกต้อง

    รับเอกสารทางไปรษณีย์ EMS หรือมารับด้วยตนเองที่อาคารกรมการกงสุล จากนั้นตรวจสอบเลขเล่ม/เลขที่นิติกรณ์ที่ตราประทับให้ตรงกับใบเสร็จ

  6. 6) รับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง (Consular Chain)

    สำหรับประเทศที่ไม่ยอมรับ MFA อย่างเดียว (เช่น จีน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย) ต้องนำเอกสารไปประทับตราที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทยเพิ่มอีกหนึ่งชั้น

  7. 7) จัดเก็บเอกสารและติดตามอายุการใช้งาน

    เอกสารรับรองมีอายุใช้งานตามเงื่อนไขปลายทาง (3–6 เดือนสำหรับวีซ่า, 1 ปีสำหรับงานทะเบียน) ควรทำสำเนาสี PDF ไว้สำรองก่อนส่งต้นฉบับให้ผู้รับ

เอกสารและข้อกำหนดสำหรับ สูติบัตร

การเตรียมเอกสารให้ครบและถูกต้องตั้งแต่แรกจะลดโอกาสถูกส่งกลับให้แก้ไขได้มากที่สุด เอกสารทุกชิ้นต้องเป็น ‘ต้นฉบับตัวจริง’ หรือ ‘สำเนาที่รับรองโดยหน่วยงานผู้ออก’ ไม่รับสำเนาที่ผู้ถือรับรองเอง สำเนาที่คัดจากอำเภอต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นและผู้รับผลประโยชน์ต้องยังไม่หมดอายุและมีลายเซ็นรับรองครบทุกหน้า สำหรับเอกสารการศึกษาต้องมีตราประทับสีแดงจาก Registrar ของสถาบันในระบบเท่านั้น

  • ต้นฉบับตัวจริงหรือสำเนาที่หน่วยงานต้นทางรับรอง (ไม่รับสำเนาถ่าย/รับรองเอง)
  • สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ตของผู้ยื่นและผู้ถือเอกสาร (เซ็นรับรอง ‘สำเนาถูกต้อง’ ทุกหน้า)
  • เอกสารต้นฉบับต้องออกภายใน 6 เดือน (สำหรับ ทร.1, ทร.14, คร.2, ใบมรณบัตร)
  • หากมอบอำนาจให้บริษัทดำเนินการ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ + สำเนาบัตรผู้มอบ พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท
  • เอกสารการศึกษา ต้องมีตราประทับสีแดง Registrar และลายเซ็นสด (ไม่ยอมรับตรายาง Facsimile)
  • เอกสารบริษัท ต้องคัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอายุไม่เกิน 90 วัน
  • หากยื่นแบบ e-Legalization ต้องมีไฟล์ PDF ต้นฉบับสีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 300 dpi

กรณีการใช้งานจริงของ สูติบัตร

จากงานที่ iLC ดำเนินการให้ลูกค้ามากกว่า 15,000 ฉบับต่อปี พบว่ากรณีการใช้เอกสารรับรองกงสุลกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหลักดังนี้

ยื่นวีซ่าครอบครัว/คู่สมรสไปต่างประเทศ

สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน และหลักฐานความสัมพันธ์ต้องได้รับรองกงสุล + สถานทูตปลายทางก่อนยื่นให้เจ้าหน้าที่วีซ่าตรวจสอบ

จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

หนังสือรับรองโสด (Single Status Certificate) จากอำเภอ/สถานทูต ต้องผ่าน MFA และสถานทูตปลายทางเพื่อให้นายทะเบียนต่างประเทศยอมรับ

ขอสัญชาติหรือถิ่นที่อยู่ถาวร (PR)

เอกสารการเกิด สมรส และประวัติอาชญากรรม (CID) ต้องรับรองกงสุลก่อนยื่นสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศปลายทาง

สมัครเรียนต่างประเทศ/ขอทุน

Transcript ปริญญาบัตร และหนังสือรับรองสถาบัน ต้องผ่านกงสุลไทยและสถานทูตของประเทศเจ้าของทุน

ตั้งบริษัท/ทำธุรกรรมในต่างประเทศ

หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องรับรอง MFA ก่อนส่งไปสถานทูตปลายทาง

รับรองเอกสารต่างประเทศเข้าใช้ในไทย

เอกสารต่างประเทศต้องผ่านสถานทูตไทย/หน่วยงาน Apostille ประเทศต้นทาง แล้วนำเข้ามาแปลไทย + รับรอง MFA อีกครั้ง

เปรียบเทียบทางเลือกสำหรับ สูติบัตร

หลายคนสงสัยว่าเมื่อ MFA เปิดระบบ e-Legalization แล้ว ทำไมยังต้องใช้บริการเอเจนซี ตอบตรง ๆ ว่าระบบ e-Legalization ลด ‘การเดินทาง’ แต่ไม่ได้ลด ‘ความรู้ทางเทคนิค’ ที่ต้องใช้ โดยเฉพาะเรื่องแม่แบบการแปลและลำดับ Consular Chain ที่ต่างกันในแต่ละประเทศปลายทาง

ทางเลือกข้อดีข้อจำกัด
ยื่นด้วยตนเอง (On-site)ประหยัดค่าบริการ ไม่ต้องมอบอำนาจต้องเดินทาง เสี่ยงถูก Reject จากรูปแบบการแปล เสียเวลาแก้ 3–7 วัน
ยื่นผ่าน e-Legalization ด้วยตนเองไม่ต้องเดินทาง ทำที่บ้านได้ต้องเตรียมไฟล์ PDF/สแกนสีเอง แปลเองไม่ผ่านนักแปลขึ้นทะเบียน = โดน Reject
ใช้บริการ iLC (One-stop)นักแปลขึ้นทะเบียน MFA + เดินเอกสารสถานทูตซ้ำ + ประกันงานแก้ฟรีมีค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สูติบัตร

คำถามที่พบบ่อย

MFA รับรองเอกสารได้กี่ภาษา?

ปัจจุบันรับรองการแปลได้ 40+ ภาษา โดยภาษาที่ยื่นได้ทันทีคือ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน อาหรับ รัสเซีย สเปน อิตาลี

แบบด่วน (Express) กับแบบธรรมดา ต่างกันอย่างไร?

ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน ค่าธรรมเนียม 200 บาท/ตราประทับ — ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน ค่าธรรมเนียม 400 บาท/ตราประทับ

ต้องไปยื่นที่แจ้งวัฒนะเท่านั้นหรือไม่?

ไม่จำเป็น หากใช้ e-Legalization สามารถอัปโหลดออนไลน์และรับเอกสารทาง EMS ได้ทั่วประเทศ

ไทยเข้า Apostille แล้วหรือยัง?

ไทยยื่นภาคยานุวัติแล้ว แต่ ณ กันยายน 2569 ยังไม่ออก Apostille อนุสัญญามีผลวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 โปรดตรวจขั้นตอนกับหน่วยงานผู้รับ

เอกสารรับรอง MFA มีอายุนานเท่าไหร่?

อายุการใช้งานขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง โดยทั่วไปวีซ่า 3–6 เดือน งานทะเบียน 1 ปี

ยื่นเอกสารต่างประเทศเข้าใช้ในไทยได้เลยหรือไม่?

ต้องผ่านสถานทูตไทยในประเทศต้นทาง หรือ Apostille + แปลไทย + รับรองที่กงสุลไทยอีกครั้ง

ค่าบริการรวมประมาณเท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียมราชการ 200–400 บาท/ตรา + ค่าแปล (ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่) + ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่

หากถูก Reject จะทำอย่างไร?

iLC มีบริการแก้ไขและยื่นซ้ำฟรีในเงื่อนไขงานที่แปลกับเรา โดยจะระบุสาเหตุที่ MFA แจ้งกลับให้ลูกค้าทราบทุกครั้ง

รับงานเร่งด่วนตามที่ประเมินจากเอกสารของท่านได้ไหม?

ได้เฉพาะเอกสาร 1–3 หน้า และต้องยื่นก่อน 09.30 น. ที่กรมการกงสุล พร้อมชำระค่าธรรมเนียมด่วน

ต้องมอบอำนาจอย่างไรเพื่อให้ iLC ไปดำเนินการแทน?

ใช้หนังสือมอบอำนาจแนบสำเนาบัตรผู้มอบ + อากรแสตมป์ 10 บาท ทีมงาน iLC ส่งแม่แบบให้กรอกทางอีเมลได้ทันที

ข้อควรตรวจสอบ

ข้อมูลประกอบการพิจารณา: สูติบัตร

“ก่อนดำเนินการ สูติบัตร ควรตรวจชื่อในเอกสารและข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เพื่อป้องกันการส่งเอกสารไม่ครบ”
Thai Law & Accounting Services Co., Ltd.
ทีมข้อมูลบริการ

ขอบเขตงานที่ต้องประเมิน

ระดับบริการค่าบริการ
เอกสารเดี่ยว / Single docสอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL
แปล + Notary / Translation + Notaryสอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL
MFA legalizationสอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL
Embassy chain / สถานทูตสอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL

แนวทางดำเนินงาน

  1. 01รับรายละเอียดและตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
  2. 02ประเมินเอกสาร ขอบเขตงาน ค่าบริการ และระยะเวลาตามกรณี
  3. 03ดำเนินงานและประสานขั้นตอนรับรองต่อเนื่องหากจำเป็น
  4. 04ตรวจความครบถ้วนและส่งมอบตามวิธีที่ตกลง

ข้อควรตรวจสอบก่อนยื่น

สำหรับ สูติบัตร ให้ตรวจชื่อผู้เกี่ยวข้อง ประเภทเอกสาร และข้อกำหนดล่าสุดของหน่วยงานผู้รับก่อนเริ่มงาน ระยะเวลาและค่าบริการขึ้นกับรายละเอียดแต่ละกรณี

โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของหน่วยงานผู้รับเอกสาร

คำถามที่พบบ่อย

สูติบัตร ต้องผ่านนิติกรณ์กงสุลทำไม?

เพื่อให้หน่วยงานต่างประเทศยอมรับว่าเป็นเอกสารทางการของรัฐบาลไทย

ใช้เวลานานเท่าไร?

ระยะเวลาประเมินตามเอกสารของท่าน (รวมแปล + ส่งกงสุล + จัดส่ง) ทีมงานแจ้งกำหนดการพร้อมใบเสนอราคา

ค่าใช้จ่ายโดยรวม?

ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่ · LINE @THAIL (ค่าธรรมเนียมราชการเรียกเก็บตามจริงตามอัตราที่กรมการกงสุลประกาศ)

ต้องเดินทางไปกรมการกงสุลเองหรือไม่?

ไม่ต้อง — บริษัทเรารับ-ส่งและดำเนินการให้ทั้งหมด

ต้องนำเอกสารต้นฉบับมาด้วยไหม?

ต้องใช้ต้นฉบับจริงในการนิติกรณ์ — ส่งทางไปรษณีย์หรือเข้ามาที่สำนักงานก็ได้

สูติบัตร หมดอายุไหม?

เอกสารส่วนใหญ่ไม่หมดอายุ แต่บางสถานทูตขอใหม่ภายใน 3-6 เดือน

หลังกงสุลแล้วต้องไปสถานทูตอีกไหม?

ขึ้นกับประเทศปลายทาง — บางประเทศต้องการ embassy attestation เพิ่มเติม

เอกสารถูกตีกลับจะทำอย่างไร?

เราแก้ไขและยื่นใหม่โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม (ค่าธรรมเนียมราชการเรียกเก็บตามจริง)

เจาะลึกงานรับรองนิติกรณ์กรมการกงสุลเพิ่มเติม

คู่มือเหล่านี้อธิบายขั้นตอนที่อาจเกี่ยวข้อง โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่น:

ไม่แน่ใจว่าเคสของคุณต้องใช้เส้นทางไหน ส่งไฟล์สแกนมาให้ทีมตรวจก่อนได้ — LINE @THAIL · โทร 092-0170000 · อีเมล Contact@thailaw-accounting.co.th

เอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไป

  • ต้นฉบับเอกสารราชการที่คัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก
  • คำแปลภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์ทุกหน้า พร้อมข้อความรับรองความถูกต้องของผู้แปล
  • สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้มอบและผู้รับมอบ กรณีให้ผู้อื่นยื่นแทน

สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ

  • ประเทศที่ไม่ใช่ภาคี Apostille ยังต้องรับรองที่สถานทูตปลายทางเพิ่มอีกชั้น
  • คำแปลที่แปลชื่อหน่วยงานไม่ตรงกับชื่อทางการภาษาอังกฤษ ทำให้ต้องยื่นใหม่
  • สะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับในชุดเดียวกัน

ไม่อยากยุ่งยากกับขั้นตอนเหล่านี้เอง ส่งไฟล์สแกนมาให้เราดำเนินการแทนได้ทั้งชุด ตั้งแต่แปลจนถึงการรับรองขั้นสุดท้าย

ขั้นตอนการทำงาน — รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุล

  1. คัดต้นฉบับฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออกเอกสาร และตรวจว่าครบทุกหน้า ทุกตราประทับ
  2. จัดทำคำแปลฉบับสมบูรณ์ทุกบรรทัด พร้อมข้อความรับรองความถูกต้องของผู้แปล
  3. ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยยื่นต้นฉบับคู่กับคำแปล
  4. ต่อขั้นรับรองตามที่ประเทศปลายทางกำหนด เช่น Apostille หรือรับรองที่สถานทูตปลายทางในไทย
  5. ตรวจรับเอกสาร สแกนเก็บสำรองครบชุด แล้วยื่นตามรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางกำหนด

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาพิจารณากำหนดโดยหน่วยงานแต่ละแห่ง ผันแปรตามชนิดเอกสารและประเทศปลายทาง ควรยืนยันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง

เดินเรื่องเอง vs ให้ iLC ดูแลให้

หัวข้อเดินเรื่องเองให้ iLC ดูแล
การตรวจว่าต้องผ่านขั้นตอนใดบ้างต้องอ่านระเบียบของหน่วยงานปลายทางเอง และมักทราบว่าขาดขั้นตอนเมื่อถูกตีกลับแล้วทีมที่ปรึกษาตรวจเอกสารให้ก่อนเริ่มงาน แล้ววางลำดับ แปล–รับรอง–กงสุล–สถานทูต ให้ครบในครั้งเดียว
เวลาที่ต้องใช้เดินเรื่องต้องเดินทางไปหน่วยงานหลายรอบ จองคิว และรอรับเอกสารด้วยตนเองทีมงานเดินเรื่องแทนได้ทั้งหมด ลูกค้าส่งไฟล์สแกนและรับเอกสารคืนทางไปรษณีย์หรือขนส่ง
ความเสี่ยงที่คำแปลจะไม่ผ่านชื่อหน่วยงาน ตำแหน่ง และรูปแบบใบรับรองคำแปลมักไม่ตรงกับที่ปลายทางยอมรับใช้ชุดคำศัพท์และรูปแบบใบรับรองที่หน่วยงานปลายทางเคยรับจริง พร้อมตรวจทานสองชั้น
เมื่อเอกสารถูกตีกลับต้องเริ่มหาสาเหตุและยื่นใหม่เอง เสียรอบและเสียเวลาเพิ่มทีมงานวิเคราะห์สาเหตุ แก้ไข และยื่นใหม่ให้ต่อเนื่อง โดยแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ

กรณีการใช้งานที่ลูกค้าใช้บ่อย

  • ยื่นวีซ่าและถิ่นที่อยู่
  • จดทะเบียนสมรส/ครอบครัวในต่างประเทศ
  • สมัครงานและศึกษาต่อ
  • ธุรกรรมนิติบุคคลข้ามประเทศ

ปรึกษาได้ก่อนตัดสินใจใช้บริการ

ลูกค้าจำนวนมากติดต่อเข้ามาพร้อมเอกสารชุดหนึ่ง แต่สิ่งที่ปลายทางต้องการจริงเป็นอีกชุด เราจึงเริ่มจากการฟังว่าคุณจะยื่นที่ไหน เพื่ออะไร และภายในเมื่อไร แล้วจึงบอกตรง ๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงกรณีที่บางขั้นตอนคุณทำเองได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทีมงานที่ดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปีพร้อมให้คำแนะนำก่อนคุณเริ่มเสียเวลา

  • อธิบายข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นภาษาที่เข้าใจได้
  • บอกชัดว่าขั้นตอนไหนจำเป็น และขั้นตอนไหนไม่จำเป็นสำหรับกรณีของคุณ
  • ช่วยจัดลำดับเอกสารเมื่อมีหลายฉบับและหลายหน่วยงานพร้อมกัน

ปรึกษาทีมงานได้ที่ LINE @THAIL · 092-0170000 · Contact@thailaw-accounting.co.th

สอบถามทีมงาน