บริการรับรองกงสุล (MFA)
แปล + รับรองกงสุลครบจบ — กระทรวงการต่างประเทศไทย
บริการแปลและนำเอกสารไปนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมส่งต่อไปรับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง (กรณีต้องการ) ครอบคลุมเอกสารบุคคล การศึกษา บริษัท และเอกสารศาล/ตำรวจ

หมวดที่ 1
เอกสารบุคคลและทะเบียนราษฎร
สูติบัตร สมรส หย่า มรณบัตร เปลี่ยนชื่อ ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน — แปลและรับรองกงสุลครบจบ
10 ชนิดเอกสาร
หมวดที่ 2
เอกสารการศึกษา
ปริญญาบัตร transcript ใบรับรอง — แปลและรับรองกงสุลใช้สมัครเรียน-ทำงานต่างประเทศ
8 ชนิดเอกสาร
หมวดที่ 3
เอกสารบริษัทและธุรกิจ
หนังสือรับรองบริษัท บอจ.5 หนังสือมอบอำนาจ — แปลและรับรองกงสุลครบจบ
10 ชนิดเอกสาร
หมวดที่ 4
เอกสารศาลและตำรวจ
คำพิพากษา ใบหย่าศาล ใบรับรองความประพฤติ ตรวจประวัติอาชญากร — แปลและรับรองกงสุล
8 ชนิดเอกสาร
นิติกรณ์คือการรับรองลายมือชื่อ ไม่ใช่การรับรองเนื้อหา
การรับรองนิติกรณ์ (Legalization) ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ คือการยืนยันว่าลายมือชื่อหรือตราบนเอกสารเป็นของเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจจริง เช่น ลายเซ็นนายทะเบียน ลายเซ็นโนตารี หรือลายเซ็นนักแปลที่ขึ้นทะเบียน กรมการกงสุลไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาในเอกสารถูกต้อง และไม่ได้การันตีว่าหน่วยงานต่างประเทศจะยอมรับเอกสารนั้น
เพราะเป็นการรับรองลายมือชื่อ เอกสารบางชนิดจึงต้องผ่านขั้นตอนก่อนหน้า เช่น เอกสารราชการต้องออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจ สำเนาต้องรับรองโดยโนตารีก่อน และฉบับแปลต้องมีคำรับรองของนักแปลตามแบบที่กรมการกงสุลกำหนด ลำดับขั้นตอนจึงขึ้นกับชนิดเอกสารของท่าน ไม่ใช่สูตรเดียวกันทุกฉบับ
ลำดับขั้นตอนที่พบบ่อยสำหรับเอกสารไทยไปใช้ต่างประเทศ
- ตรวจกับหน่วยงานผู้รับในประเทศปลายทางว่าต้องการเอกสารชนิดใด ภาษาใด และต้องรับรองขั้นใดบ้าง
- จัดเตรียมต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออก และแปลโดยนักแปลที่มีคำรับรองตามแบบกงสุล (ถ้าผู้รับไม่รับภาษาไทย)
- ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ตามช่องทางและเงื่อนไขที่ประกาศ ณ วันยื่น
- นำไปรับรองต่อที่สถานทูตประเทศปลายทางในไทย เฉพาะกรณีที่ผู้รับกำหนด
ไม่ใช่ทุกคำขอที่ต้องครบทุกขั้น บางประเทศรับเฉพาะการรับรองกรมการกงสุล บางหน่วยงานรับฉบับแปลพร้อมคำรับรองนักแปลโดยไม่ต้องนิติกรณ์ การเพิ่มขั้นตอนโดยไม่มีข้อกำหนดจากผู้รับทำให้เสียเวลาและค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น
Apostille จะเปลี่ยนขั้นตอนนี้ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
ประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญา Apostille และจะเริ่มใช้บังคับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามตารางสถานะของ HCCH หลังวันนั้น เอกสารไทยที่จะใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญาอาจใช้ Apostille แทนขั้นตอนรับรองที่สถานทูตได้ แต่ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคียังต้องใช้ขั้นตอนกงสุล + สถานทูตเหมือนเดิม
ก่อนวันที่อนุสัญญามีผล ยังไม่มี Apostille ของไทยให้ใช้งาน อย่าเพิ่งวางแผนงานโดยอ้างวันดังกล่าวแทนคำแนะนำการยื่นจริงของหน่วยงานผู้รับ และเมื่อถึงเวลาให้ตรวจประกาศของกรมการกงสุลว่าเอกสารชนิดใดเข้าข่าย Apostille บ้าง
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย
- ชื่อในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารประกอบคำขอของผู้รับ
- ฉบับแปลไม่มีคำรับรองนักแปล หรือรูปแบบไม่ตามที่กรมการกงสุลกำหนด
- เอกสารต้นทางหมดอายุหรือออกนานเกินช่วงที่ผู้รับยอมรับ
- ยื่นสำเนาที่ไม่ได้รับรองโดยโนตารีในกรณีที่ต้องใช้สำเนารับรอง
- ข้ามขั้นสถานทูตทั้งที่ประเทศปลายทางกำหนดไว้
การตรวจรายการเอกสารจากหน่วยงานผู้รับก่อนเริ่มงานเป็นขั้นตอนเดียวที่ช่วยตัดปัญหาส่วนใหญ่ได้ตั้งแต่ต้น
ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ (ปกติ/ด่วน) เป็นไปตามอัตราที่กรมการกงสุลประกาศ ณ วันยื่น และเรียกเก็บตามจริง ระยะเวลาขึ้นกับประเภทเอกสาร ช่องทางยื่น และขั้นตอนสถานทูตที่ผู้รับกำหนด จึงประเมินเป็นรายกรณี ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคำขอ
ค่าบริการของ Thai Law & Accounting: สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา โทร 092-0170000 · LINE @THAIL · contact@thailaw-accounting.co.th
คำถามที่พบบ่อย
นิติกรณ์ MFA คืออะไร?
การรับรองลายมือชื่อหรือตราบนเอกสารที่เข้าเกณฑ์โดยกรมการกงสุล ไม่ใช่การรับประกันว่าทุกหน่วยงานในต่างประเทศจะรับเอกสาร
ต้องใช้ต้นฉบับไหม?
ตรวจรายการเอกสารล่าสุดกับกรมการกงสุลสำหรับประเภทเอกสารที่จะยื่น บางช่องทางออนไลน์ยังต้องแสดงต้นฉบับภายหลัง
หลังกงสุลแล้วต้องไปสถานทูตอีกไหม?
ขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานที่รับเอกสารในประเทศปลายทาง โปรดตรวจเป็นรายกรณี
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (นิติกรณ์เอกสาร)
- กระทรวงการต่างประเทศ
- HCCH — อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสาร (Apostille)
ตรวจทานโดยทีมกฎหมาย ILC · วันที่ตรวจ 4 ต.ค. 2569
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะกรณี ข้อกำหนด ค่าธรรมเนียมราชการ และระยะเวลาเป็นไปตามหน่วยงานผู้รับเอกสารและประกาศล่าสุด ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 มีผล 28 ก.พ. 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังใช้การรับรองตามลำดับ (นิติกรณ์) ค่าบริการ: สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา